จากกรณีที่ นายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวคดีออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ที่ถูกควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมตัวชั้น 6 ดีเอสไอ ได้ใช้ถุงเท้าผูกคอกับลูกกรงฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นได้นำศพไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.ตำรวจปรากฏว่าสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้คือภาวะตับแตกและเลือดออกในช่องท้อง เนื่องจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการถูกผูกคอ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายสโรช พราหมณ์นาค อายุ 59 ปี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบอำนาจหน้าที่ให้ดูแลระบบกล้องวงจรปิดภายในอาคารดีเอสไอ และนายสิทธิเดช พงศ์เพชร ตัวแทนบริษัทพอยเตอร์ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง โดยมีพนักงานอัยการร่วมในการสอบปากคำ
พ.ต.อ.มานะกล่าวว่า การสอบสวนคดีชันสูตรศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง ซึ่งตายระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ได้นัดหมายพยานมาสอบปากคำ จำนวน 2 ปาก ในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำหน้าที่ด้านการสื่อสารเกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นผู้รู้รายละเอียดเรื่องกล้องวงจรปิด พยานอีกกลุ่มเป็นของบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้รับเหมาติดตั้งทีวีวงจรปิดให้กับอาคารดีเอสไอเมื่อปี 2550 ส่วนประเด็นการสอบปากคำในวันนี้จะสอบเกี่ยวกับการติดตั้งกล้องวงจรปิด คุณภาพของกล้องวงจรปิด ซึ่งจะตรวจดูว่าจุดที่ติดตั้งมีจุดใดบ้าง แผนผังการติดตั้งเป็นอย่างไรโดยเฉพาะบริเวณชั้น 6 เน้นห้องควบคุม และห้องที่เกิดเหตุ จึงต้องนัดพยาน 2 กลุ่มมาให้ปากคำเพื่อดูความสอดคล้องให้ได้ข้อเท็จจริง ว่ามีการติดตั้งกันกี่ตัว มีมุมการสาดส่องไปจับภาพได้บริเวณใดบ้าง ซึ่งน่าจะยุติลงได้ในเรื่องของกล้องวงจรปิด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสอบปากคำพยานทั้ง 2 กลุ่มเรียบร้อยแล้ว ในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปเดินเผชิญสืบที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 6 อาคารดีเอสไอกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนี้จะทำหนังสือแจ้งอธิบดีดีเอสไอและกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมานำชี้ตรวจสอบร่วมกันเพื่อให้สอดรับกับคำให้การในวันนี้

พ.ต.อ.มานะกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นระบบซอฟต์แวร์ของกล้องวงจรปิดเสียหายหรือไม่ได้บันทึกไว้ ก็จะมีการสอบถามพยานทั้ง 2 ปาก หากข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกันก็สามารถสอบถามพยานอีกกลุ่มที่เป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งได้ ซึ่งทางบริษัทผู้ติดตั้งบอกว่าได้รับประกันในการติดตั้งเพียง 2 ปี ในปี 2552 ก็หมดความรับผิดชอบเรื่องกล้องวงจรปิดไปแล้ว จึงต้องเชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจากทางดีเอสไอมาสอบถามเรื่องการจัดการดูแลระบบกล้องวงจรปิด จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าบริเวณชั้น 6 ที่เป็นชั้นเกิดเหตุมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้จำนวน 11 ตัว ส่วนรายละเอียดในการสอบปากคำไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน นอกจากนี้ทางนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของผู้ตายได้ทำหนังสือเอกสารขอทราบผลการตรวจชันสูตรศพจากพนักงานสอบสวน จึงได้นัดหมายให้เข้ามารับทราบและรับฟังการชี้แจ้งในวันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น. และอาจจะมีการสอบเพิ่มเติมในบางประเด็น

