เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลฎีกา แผนกคดีภาษีอากร ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีภาษีโรงเรือนและที่ดิน เลขคดีดำที่ 70/2554 บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สและสนามบินสมุย) เป็นโจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองเกาะสมุย (ในขณะนั้น) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำเลย พร้อมเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยจากการถูกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน เพิ่มเติมปี 2550-2551บางส่วนปี 2552 และปี 2553 รวม 4 ปี เป็นเงิน 119,000,000 บาท อย่างไรก็ตาม ศาลฏีกาได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเทศบาลเมืองเกาะสมุยไม่ต้องคืนเงินและดอกเบี้ยทั้งหมดแก่บริษัทการบินกรุงเทพจำกัด โดยวินิจฉัยว่าบริษัทการบินกรุงเทพจำกัด ได้นำสนามบินสมุยให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย เช่าเวลา 30 ปี เป็นเงิน 9,300,000,000 บาท เป็นกรณีการนำทรัพย์สินออกให้เช่าให้ถือว่าค่าเช่านั้นเป็นค่ารายปี ปีละ 310,000,000 บาท คิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินปีละ 38,750,000 บาท จึงเป็นไปตามมาตรา 8 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แล้ว ซึ่งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำชี้ขาดของนายกเทศมนตรีชอบแล้ว
นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย อ.เกาะสมุย เปิดเผยว่า ผลคำพิพากษาของศาลฏีกาทั้ง 2 คคี ถือได้ว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามกฎหมายแล้วจึงหมดข้อกังขาถูกต่อว่าเก็บภาษีรายเล็กแต่รายใหญ่ไม่เก็บต่อไป และจะเป็นบรรทัดฐานให้ท้องถิ่นอื่นๆ จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากการนำทรัพย์สินไปให้กองทุนรวมเช่าเพื่อการระดมทุนโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากที่ผ่านมาองค์กรปกครองท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น กรุงเทพมหานคร พบปัญหาการวินิจฉัยกฎหมายลักษณะเดียวกัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 ศาลฎีกาได้พิพากษาให้เทศบาลนครเกาะสมุย ชนะคดีภาษีโรงเรือนและที่ดินปี 2554 มาแล้วเป็นเงิน 38,750,000 บาท ซึ่งการเก็บภาษีตลอดระยะสัญญาเช่า 30 ปี บริษัทการบินกรุงเทพจำกัด ต้องจ่ายค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นเงิน 1,162,500,000 บาท

