จากกรณีตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจค้นหาหลักฐานแหล่งปลอมพาสปอร์ตข้ามชาติภายในอาคารพาณิชย์ ย่านพระโขนง กรุงเทพฯ พบนายปีเตอร์ วิลเลี่ยม โคลเตอร์ อายุ 63 ปี ชาวอเมริกัน พร้อมนายแอรอน โทมัส กาเบียน อายุ 33 ปี และนายเจมส์ ดักกลาส อีเกอร์ อายุ 66 ปี พรรคพวกสัญชาติเดียวกัน พร้อมแม่บ้านและสามีชาวเมียนมาอยู่ภายใน ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นนายปีเตอร์ได้ฉวยโอกาสหยิบอาวุธปืนกล็อก จากตู้เซฟออกมายิงใส่ จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ เชเดช ผบ.หมู่ งานสืบสวน กก.1 บก.ทท.จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.แพทย์ช่วยเหลือจนอาการปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอุปกรณ์ผลิตพาสปอร์ตปลอม อาวุธปืน 3 กระบอก ยาไอซ์ ยาเค กัญชา จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบศพชายชาวต่างชาติผมสีทอง ถูกฆ่าหั่นแบ่งชิ้นส่วนซุกซ่อนไว้ในตู้แช่ชั้นล่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงานร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากเอฟบีไอว่าชื่อจริงของนายปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ยิงตำรวจได้รับบาดเจ็บ คือ นายเฮอร์เบิร์ด เครก ลา ฟอง สัญชาติอเมริกัน มีประวัติคดีฉ้อโกงและปลอมบัตรเครดิตติดตัวจากสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2522 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานสำคัญเป็นใบเลื่อยหลายขนาดอยู่ในอาคารที่เกิดเหตุ ขณะที่การสืบสวนเพื่อหาตัวตนของผู้ตายนั้น ขณะนี้ทราบชื่อของศพที่ถูกแช่แข็งว่าชื่อ นายชาร์ล เอ็ดวาร์ด ดิทเทลเซ็น นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สัญชาติอเมริกา เบื้องต้นนายเฮอร์เบิร์ด หรือปีเตอร์ให้การว่ามีส่วนรู้เห็นในเรื่องการตายของนายชาร์ล
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พ.ต.ท.เสถียร วิชญ์ธนมาลา รอง ผกก. (สอบสวน) สน.พระโขนง และนายโสภณ ศรชัย นายกสภาทนายความ ร่วมกันเดินทางเข้าสอบปากคำนายแอรอน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นตำรวจให้นายแอรอนเซ็นลงชื่อกำกับในใบบันทึกการให้ปากคำแต่ไม่ยินยอม เพราะไม่มีทนายส่วนตัวนั่งฟังการสอบปากคำด้วย และยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนมนุษย์ในตู้แช่ขนาดใหญ่แต่อย่างใด ส่วนประเด็นเรื่องการพบลายนิ้วมือแฝงของนายแอรอนในถุงพลาสติกสีดำที่ห่อศพปริศนานั้น นายแอรอนยังไม่ให้การเป็นประโยชน์ นอกจากนี้ นายแอรอนร้องขอให้ภรรยาชาวไทยที่เดินทางมาเยี่ยมทุกวันเป็นผู้จัดหาทนายความส่วนตัวและยืนยันว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวจเฉพาะช่วงที่อยู่ต่อหน้าทนายความเท่านั้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพฤติกรรมเบื้องต้นตำรวจคาดว่าอาจจะมีประสบการณ์ในด้านการทำงานให้กับหน่วยงานลับในประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากประวัตินั้นยากต่อการตรวจสอบ ส่วนนายปีเตอร์ ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการพักฟื้นซึ่งมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยในวันที่ 5 ตุลาคม จะครบกำหนดการฝากขังผลัดแรกของผู้ต้องหาทั้งหมด พนักงานสอบสวนจะเดินทางนำเอกสารการขอฝากขังผลัดสอง เป็นระยะเวลาอีก 12 วัน ไปยื่นต่อศาลจังหวัดพระโขนงต่อไป

