เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายประหยัด หล้าปุย อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ต.กุดเพียขอม อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 พร้อมด้วยนางทองเลื่อน หล้าปุย อายุ 50 ปี ภรรยา เข้าพบ พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย และ พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม รอง ผกก.3 บก.ป. เพื่อเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ให้ช่วยตรวจสอบคดีที่ นายสุพัฒน์ หล้าปุย อายุ 28 ปี บุตรชาย ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาซึ่งขณะนี้ทางศาลฎีกามีคำสั่งยืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุกตลอดชีวิตทั้งที่บุตรชายนั้นไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าว
นายประหยัดกล่าวทั้งน้ำตาว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 นายสุพัฒน์บุตรชายพร้อมกับเพื่อนวัยรุ่นในหมู่บ้านจำนวนหนึ่ง ได้ไปเที่ยวงานรื่นเริงประจำปีที่วัดสะอาดโนนคูณซึ่งจัดขึ้นเนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ภายในงานเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวัยรุ่นเจ้าถิ่นกับวัยรุ่นต่างถิ่นที่เดินทางมาเที่ยวงานดังกล่าวบริเวณด้านนอกวัด และมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนที่จะมีผู้เสียชีวิตเป็นวัยรุ่นต่างถิ่น 2 คน โดยขณะที่เกิดเหตุนั้นบุตรชายของตนและกลุ่มเพื่อนได้อยู่ที่ภายในวัด ซึ่งเป็นคนละจุดกับที่เกิดเหตุ แต่ต่อมาบุตรชายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น จับกุมตัวพร้อมกับดำเนินคดี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยอ้างว่าบุตรชายของตนนั้นเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นต่างถิ่นจนเสียชีวิตดังกล่าว รวมถึงศาลฎีกาได้มีคำสั่งยืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุกบุตรชายของตนตลอดชีวิต เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา
นายประหยัดกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนและครอบครัวก็ได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับทางกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยรื้อฟื้นคดีดังกล่าวขึ้นมาใหม่ ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมเองก็ได้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้น ก่อนจะดำเนินการตรวจสอบคดีดังกล่าวจนพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่านายสุพัฒน์น่าจะเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ศาลแจ้งว่า หากไม่มีหลักฐานใหม่หรือจับคนร้ายตัวจริงได้ ก็จะไม่รื้อฟื้นคดีมาพิจารณาให้ใหม่ วันนี้จึงนำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจกองปราบปรามเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดีและคืนความเป็นธรรมให้กับบุตรชายของตนที่ต้องมารับเคราะห์กรรมจากโทษทัณฑ์ในสิ่งที่เค้าไม่ได้ก่อ
เบื้องต้น ทางด้าน พ.ต.ท.อนุชา ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ ก่อนจะทำเรื่องนำเรียนผู้บังคับบัญชา พิจารณาดำเนินการสั่งการต่อไป
ทั้งนี้ ทันทีที่ตำรวจกองปราบฯรับเรื่องดังกล่าวแล้วนั้น นางทองเลื่อน มารดาของนายสุพัฒน์ ก็ได้โผเข้ากอดพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา ก่อนจะกล่าวคำขอบคุณกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯที่ช่วยรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา

