“อธิบดีกรมราชทัณฑ์” รายงานความคืบหน้าการย้ายผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกระบี่ไปยังเรือนจำที่มีความพร้อม ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดฯ อย่างเคร่งครัดพร้อมสั่งการเร่งบูรณะปรับปรุงอาคาร/พื้นที่เรือนจำจังหวัดกระบี่โดยด่วนด้านคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเร่งหาสาเหตุ/มูลเหตุจูงใจที่แท้จริง
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงเหตุการณ์กรณีผู้ต้องขังก่อเหตุจลาจลที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 ธันวาคม 2564 โดยทางเรือนจำจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขนย้ายผู้ต้องขังป่วยส่งโรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาลกระบี่ รวมถึงได้นำตัวผู้ต้องขังหญิงย้ายไปเรือนจำชั่วคราวกระบี่น้อย พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพื่อหมุนเวียนเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำทุกชั่วโมง
นายอายุตม์ ยังกล่าวด้วยว่า ภายหลังจากการที่เจ้าหน้าที่ได้กระชับพื้นที่ และควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พบอาคารเรือนนอนซึ่งมีโครงสร้างเป็นไม้ โรงครัว และห้องสวัสดิการได้รับความเสียหาย และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิต แต่มีเพียงผู้ต้องขังบางคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกลวดหนามบาด และพยายามหลบหนีภายในเรือนจำ ซึ่งตนได้สั่งการให้ย้ายผู้ต้องขังไปไว้ที่เรือนจำอื่น ในส่วนแผนการย้ายผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกระบี่ไปยังเรือนจำที่มีความพร้อมในการรับตัวผู้ต้องขังได้กระทำภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ของกรมราชทัณฑ์ อย่างเคร่งครัด
โดยยอดผู้ต้องขังเดิมของเรือนจำจังหวัดกระบี่ รวมทั้งสิ้น 2,423 ราย ซึ่งได้ถูกย้ายไปเรือนจำต่าง ๆ ได้แก่ เรือนจำกลางเขาบิน จำนวน 38 ราย เรือนจำจังหวัดภูเก็ต จำนวน 415 ราย เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จำนวน 570 ราย เรือนจำอำเภอนาวี จำนวน 100 ราย และทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา จำนวน 1,002 ราย ทัณฑสถานหญิงสงขลา จำนวน 263 ราย
ยังมีผู้ต้องขังที่อยู่ที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ เพื่อการจัดเก็บ ทำความสะอาด และซ่อมแซมอาคารสิ่งก่อสร้างที่เสียหาย จำนวน 10 ราย และเป็นผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 6 ราย รวมถึงย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำนวน 17 ราย ตลอดจนได้รับการปล่อยตัว จำนวน 2 ราย (ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2564) ญาติผู้ต้องขังสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เรือนจำจังหวัดกระบี่โดยตรง หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 075 611 378
พร้อมนี้ ได้กำชับให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่เร่งดำเนินการปรับปรุงบริเวณภายในเรือนจำที่เสียหายขึ้นใหม่เป็นการด่วนเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว และขณะนี้ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาหาสาเหตุ รวมถึงเหตุจูงใจที่แท้จริงของการก่อจลาจลครั้งนี้

