ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.59 จากกรณีภาคประชาชนร้องสำนักงาน ปปช. สตง.และ ปปท.พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าผู้บริหาร และปลัด อบต.สามัคคี ร่วมกันทุจริตโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังและยังมีโครงการประปาตั้งแต่ปี 2552-2559 งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ซึ่ง ปปท.และ สตง. ตรวจพบว่า มีการปลอมลายเซ็นผู้ใหญ่บ้านในการตั้งโครงการ และร่วมถึงการตั้งฎีกาเบิกทับซ้อน ส่วนสภาอบต.สามัคคีมีมติทำหนังสือส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ย้ายปลัดอบต.สามัคคีออกนอกพื้นที่ อีกทั้งทางอำเภอร่องคำได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ภายหลังจากชาวบ้านได้ยื่นหนังสือยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ด้านนายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภาอบต.สามัคคี อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังสภาอบต.สามัคคีตรวจสอบปัญหาโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังในปีงบประมาณตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2559 ซึ่งพบว่ามีมูลทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยมีการส่อทุจริตในหลายโครงการนั้น ขณะนี้ทางสภาได้รวบรวมพยาน หลักฐานที่ตรวจสอบได้ส่งให้กับทางอำเภอร่องคำ เพื่อพิจารณาแล้ว และจะส่งไปยังหน่วยงานด้านการตรวจสอบ ทั้งปปท. สตง.กาฬสินธุ์ และปปช.กาฬสินธุ์ รวมทั้งท้องถิ่นจังหวัดอีกด้วย แต่ขณะนี้กลุ่มชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ตรวจสอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน
รวมทั้งคณะกรรมการของสภา.อบต.สามัคคีกำลังมึนงงไปหมด เนื่องจากเป็นการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่กลับถูกจ่าเอกสมพงษ์ สกุลรัตน์ ปลัดอบต.ฟ้องในข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงาน และหมื่นประมาทโดยการโฆษณา รวมทั้งหมด 9 คน ซึ่งขณะนี้หมายศาลมาถึงทุกคนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางสภาอบต.สามัคคีได้เชิญมาชี้แจงแล้วหลายครั้งแต่กลับไม่เคยชี้แจง ดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดผวา เกรงกลัวต่ออิทธิพล และการใช้อำนาจรัฐมารังแก แต่ทุกคนพร้อมต่อสู้ ยอมติดคุก เพื่อรักษาความถูกต้องไว้ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการย้ายปลัดอบต.สามัคคีออกนอกพื้นที่โดยด่วน จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ
ด้านนายบุญเพ็ง เยาวบุตร ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนของชาว ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนและชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ครั้งนี้ เนื่องจากต้องการให้มีความถูกต้องเกิดขึ้นในพื้นที่อบต.สามัคคี ซึ่งโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังเงินทุกบาท ก็เป็นภาษีและเป็นเงินของแผ่นดิน ซึ่งหากมีการทุจริตหรือมีความไม่ชอบมาพากล ชาวบ้านจึงต้องการให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ และหากผลการตรวจสอบใครผิด ใครถูกก็ว่ากันตามกฎระเบียบ แต่ผลที่ชาวบ้านได้รับขณะนี้กลับเป็นการถูกเจ้าหน้าที่รัฐฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาท จึงทำให้ชาวบ้านเสียความรู้สึก น้อยเนื้อต่ำใจ ซึ่งแทนที่จะออกมาชี้แจง แต่ไม่ทำ กลับฟ้องชาวบ้าน
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวตนและชาวบ้านก็จะยืนยันที่จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะต้องการพิสูจน์ว่าหากชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความจริงและความถูกต้อง โดยเฉพาะในยุดรัฐบาลปัจจุบันที่มีนโยบายปรามปราบการทุจริต คอรัปชั่น แต่กลับต้องมาติดคุกก็ยอม เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตมีที่อยู่ต่อไปและสามารถปราบการทุจริตได้ แต่อยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำตามหน้าที่ตรงไปตรงมาและดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังด้วย เพื่อทำให้งบประมาณของแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

