ทนาย’หลวงพี่แป๊ะ’ยื่นเอกสารคำเบิกความให้’ดีเอสไอ’เอาผิดกับผู้ขายรถโบราณ’สมเด็จช่วง’

5.10.16 | 16:42 น.

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความของพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และเลขานุการส่วนตัวสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เดินทางเข้ายื่นเอกสารคำเบิกความของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กรมขนส่งจังหวัดอ่างทอง ต่อศาลตลิ่งชัน กรณีการเสียภาษีในการซื้อขายรถโบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ที่รับจ้างประกอบรถโบราณคันดังกล่าว


นายสุรพงษ์กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา พระมหาศาสนมุนี ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา มีไว้ในครอบครองรถยนต์โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2527 หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถโบราณคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถที่หลบเลี่ยงภาษี โดยคดีดังกล่าว ดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับพระมหาศาสนมุนีที่เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่กลับไม่ดำเนินคดีกับนายวิชาญ ซึ่งเป็นผู้จดประกอบและขายรถคันดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ตนได้รับหนังสือจากดีเอสไอแล้ว โดยชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ตามหลักความเป็นจริง ดีเอสไอควรจะสืบทราบขั้นตอนก่อนว่าการเสียภาษีรถดังกล่าวมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ แต่กลับมาเอาผิดผู้ซื้อ จึงถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้ง คำให้การของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กรมขนส่งจังหวัดอ่างทอง ต่อศาลตลิ่งชัน มีเนื้อหาระบุว่า การซื้อขายรถหากได้รับเพียงคู่มือจดทะเบียนรถทั่วไปแล้วผู้ครอบรถจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ จึงเป็นหลักฐานที่จะมายื่นให้กับดีเอสไอดำเนินคดีกับนายวิชาญด้วย พร้อมยืนยันว่า หลวงพี่แป๊ะไม่ได้มีเจตนาที่จะซื้อรถที่เลี่ยงภาษี จึงเดินทางมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจในวันนี้

พ.ต.ท.กรวัชร์ได้ลงมารับเอกสารด้วยตนเอง และจะนำไปพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ศาลจังหวัดตลิ่งชันก็จะมีการสืบพยานของนายวิชาญ เพื่อประกอบคำพิจารณาคดีต่อไป