ญาติ 17 นร.เหยื่อไฟไหม้หอพัก ร้องอัยการหาสาเหตุอย่างละเอียด ก่อนสรุปสำนวนส่งศาล

7.10.16 | 17:02 น.
วันที่ 7 ตุลาคม ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา พร้อมด้วยกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงใหม้พอพักนักรียนของโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ส่งผลทำให้มีเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 5-12 ปี เสียชีวิตจำนวน 17 คน บาดเจ็บอีก 5 คน เหตุเกิดกลางดึกของวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา จำนวนกว่า 10 ราย เดินทางเข้าพบนายเฉลิมเกียรติ ไชยวรรณ อัยการจังหวัดเชียงราย โดยมีนายสมชาติ พิพัฒน์ธนาดล หัวหน้าสำนักกฎหมายเพื่อการพิทักษ์สิทธิ์มูลนิธิกระจกเงานำเข้าพบ ก่อนที่นายจารุเกียรติ ผาด่าน จะเป็นตัวแทนผู้ปกครองยื่นหนังขอให้มีการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงใหม้ที่แท้จริงอีกครั้งก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล แม้ก่อนหน้านี้ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 และตำรวจชุดคลี่คลายคดีจะสรุปสาเหตุว่าเกิดจากขั้วหลอดไฟนีออนหลอมละลาย แต่ทางผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังไม่ปักใจเชื่อ
นายจารุเกียรติ เปิดเผยว่าตนอายุ 32 ปี อยู่ที่ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ต้องสูยเสียบุตรสาวจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ด.ญ.นรินทร์ทิพยื ผาด่าน อายุ 7 ขวบ เรียนชั้น ป.2 โดยไปเรียนได้เพียง 10 กว่าวันเท่านั้่นเนื่องจากทางดรงเรียนชักชวนมาโดยเสียค่าใช้จ่ายปีการศึกษาละ 7,000 กว่าบาท  โดยหวังที่จะให้ลูกมีอนาคตทื่ดีแต่ต้องมาสูญเสียบุตรสาวไป ซึ่งไม่เชื่อว่าสาเหตุมาจากขั้วหลอดไฟหลอมละลายอาจมาจากสาเหตุหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ เพราะจากการสอบถามทางแม่บ้านยืนยันว่ามีการปิดไฟหมดแล้วและตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบว่าขั้วหลอดไหละลายจนทำให้เป็นเหตุไหไหม้มาก่อน  จึงอยากให้ทางอัยการตรวบจสอบคดีอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ล่าสุดทางนายเฉลิมเกียรติ ได้รับหนังสือร้องเรียนพร้อมระบุว่าจะนำข้อเรียกร้องของผู้ปกครองไปประกอบการพิจารณาโดยจัดตั้งคณะกรรมการพิเสาของอัยการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อตรวจสอบสำนวนอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งข้อสงสัยไปยังสำนักงานอัยการภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ให้ได้รับทราบ และประสานกับทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสืบสวนสอบสวนเจ้าของคดีไปตรวจสอบในประเด็นที่กลุ่มผู้ปกครองสงสัย แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุบัติเหตุและไม่มีผู้ถูกกล่าวหาจึงไม่เป็นคดีความอาญา แต่เมื่อมีผู้มากล่าวร้องทุกข์เช่นนี้ก็จะมีการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงหากพบมูลความผิดหรือประเด้นอื่นๆนอกเหนือจากการเกิดอุบัติเหตุปกติก็ถือเป็นคดีอาญาซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนว่าใครเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่อย่างไรบ้างต่อไป