จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้แบงก์ร้อยพับครึ่งซื้อขนมปังที่ร้านอาหารตุ้ยตามสั่ง ขนมปังปิ้ง มุมตึก C3 และร้านผลไม้มุมตึก C8 ภายในคอนโดเมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 2 ร้านติด เมื่อวันที่ 7 ม.ค.65 ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสาวสุชาดา จาดยางโทน อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเบ็ดเตล็ด C8 คอนโดเมืองทองธานี เมื่อเย็นวันที่ 15 มกราคม ว่าถูกคนร้ายก่อเหตุใช้แบงก์ร้อยขาดครึ่งเข้ามาซื้อของแต่ไหวตัวทันนำแบงก์คืนคนร้ายก่อนรีบเดินหนีไป
จากการสอบถามนางสาวสุชาดาเปิดเผยว่า คนร้ายเดินมาจากร้านผลไม้ตึก C8 มายังร้านตนแล้วถามราคามีดโกนหนวดและแมสก์ ตนเลยบอกราคาไปจากนั้นคนร้ายก็ต่อแถวรอจ่ายเงินแล้วหยิบแบงก์ร้อยขึ้นมาจ่ายเงินตนก็รับแล้วทอนเงินไป 60 บาท จากนั้นตนจับแบงก์ร้อยที่คนร้ายให้มาเพื่อจะเก็บเงินใส่ตะกร้าปรากฏว่าแบงก์ร้อยมีแค่ครึ่งเดียวจึงขอเปลี่ยนแบงก์จากคนร้าย ทางคนร้ายก็อ้างว่าได้แบงก์ร้อยใบนี้มาจากร้านค้าอื่นแล้วก็คืนเงินทอนให้ตนจำนวน 60 บาท จากนั้นก็อ้างว่าจะไปเอามือถือมาสแกนจ่าย ค่ามีดโกนหนวดแล้วก็เดินหายไป มาทราบทีหลังว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาแล้ว 2 ร้าน จึงไล่ดูกล้องวงจรปิดร้านตนและร้านผู้เสียหายจึงทราบว่าวันที่ 7 ม.ค.65 เวลาประมาณ 14.30 คนร้ายก่อเหตุที่ร้านผลไม้ C8 เวลา 12.40 น. มาก่อเหตุที่ร้านตน และเวลา 12.46 น. ก่อเหตุต่อที่ร้านตุ้ยตามสั่ง ขนมปังปิ้ง มุมตึก C3 ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ มันเป็นภัยต่อพ่อค้าแม่ค้าที่เขาหาเช้ากินค่ำ ซึ่งเงินมันอาจจะไม่เยอะมากแต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้มันก็ถือว่าเยอะ ขายของธรรมดาก็ลำบากอยู่แล้ว แต่โชคดีที่ไหวตัวทันเพราะตนเช็กเงินก่อนพอเห็นว่ามีครึ่งเดียวเลยรีบขอเปลี่ยน ซึ่งตนได้ให้เงินทอนกับคนร้ายไปก่อนแล้ว เพราะเขาดูปกติมากไม่ได้มีพิรุธหรือลุกลี้ลุกลนจึงอยากให้พ่อค้าแม่ค้าระมัดระวังเพราะตอนนี้ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้
ขณะที่นางจารุวรรณ เทพกอม อายุ 50 ปี เจ้าของร้านอาหารตุ้ยตามสั่ง ขนมปังปิ้ง ที่อยู่มุมตึก C3 คอนโดเมืองทองธานี และนางสาวอิสราภรณ์ จันทร์เหลือง อายุ 35 ปี เจ้าของร้านผลไม้มุมตึก C8 คอนโดเมืองทองธานี ซึ่งทั้ง 2 รายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ วันนี้จึงได้นำแบงก์ร้อยที่ถูกฉีกขาดทั้ง 2 ใบนำมาต่อกันปรากฏว่าหมายเลขแบงก์ไม่ตรงกัน ซึ่งแน่นอนว่าแบงก์ร้อยที่ถูกฉีกขาดครึ่งไม่ได้มีใบเดียวแน่นอน
นางจารุวรรณกล่าวว่า คนร้ายรายนี้ใช้คนละครึ่งผิดรูปแบบซึ่งถ้าฉีกขาดครึ่งแล้วนำไปซื้อของแน่นอนว่าผิดกฎหมายอยู่แล้วแต่คุณไม่น่าทำเพราะพ่อค้าหรือแม่ค้าแต่ละคนกว่าจะขายของเพื่อที่จะได้กำไร 10 บาท หรือ 20 บาท มันก็ลำบากอยู่แล้วมาทำแบบนี้ก็เหมือนมาซ้ำเติม อยากฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าทุกคนให้ระวังในการจ่ายเงินแนะนำให้คลี่แบงก์ตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะทอนเงินให้ลูกค้ากลับไปเพราะจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแบบตน ซึ่งวันนี้ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านเบ็ดเตล็ดแล้วพบว่าคนร้ายรายนี้เป็นคนเดียวกันกับคนที่มาก่อเหตุที่ร้านตนเมื่อวันที่ 7 ม.ค.65 ที่ผ่านมา

