แม่กลับมาเยี่ยมบ้านถึงกับเข่าทรุด ลูกชายติดยางัดของภายในบ้านหลังละเกือบ 2 ล้านไปขายเกลี้ยง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.พิทวัส กาญจนารี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุลูกชายลักขโมยสิ่งของภายในบ้านไปขาย ที่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 7 บ้านเหมือดแอ่ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบนางชนัญญา จันแก้ว อายุ 56 ปี อาชีพแม่ค้าขายเนื้อหมูที่ตลาดสดใน กทม. นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าบ้านโดยมีญาติพี่น้องเข้ามาปลอบใจตลอดเวลา หลังจากที่เดินทางกลับจาก กทม.เพื่อมาดูแลบ้าน เมื่อมาถึงแทบกับเข่าทรุดเนื่องจากบ้านที่สร้างไว้หลังละเกือบ 2 บ้านบาท ได้ถูกลูกชายซึ่งเป็นผู้อยู่ดูแลบ้าน ตัดเหล็ก ประตู, หน้าต่างอะลูมิเนียม, กรงสแตนเลส, เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, ทีวี, เหล็กและหลังคาโรงจอดรถ และของใช้ต่างๆ ภายในไปขายจนหมดเกลี้ยง ซึ่งเหลือไว้เพียงพระพุทธรูป, โต๊ะชุดหมู่บูชา, เสื่อ 5 ผืน และครกหิน 1 ใบ ให้ดูต่างหน้า
นางชนัญญาเล่าทั้งน้ำตาว่า ไปประกอบอาชีพค้าขายที่ตลาดสดใน กทม.ได้ประมาณ 20 ปี กระทั่งเมื่อปี 2560 กลับมาสร้างบ้านให้ลูกชายอยู่ที่บ้านเกิดในยโสธร ใช้เงินประมาณ 2 ล้านบาท จะกลับมาดูแลบ้านปีละ 2 ครั้ง ซึ่งบ้านก็เป็นปกติ โดยให้ลูกชายเข้ามาอยู่อาศัย ก็ไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งเมื่อเช้านี้ตนเดินทางมาถึงบ้านพบกับสภาพบ้านที่แทบไม่เหลืออะไรเลย
โดยยอมรับว่าลูกชายตนชื่อนายสุพจน์ สุรกุลเกรียงไกร อายุ 37 ปี ตกเป็นทาสยาเสพติด วันนี้ได้กลับมาเห็นสภาพแล้วแทบล้มทั้งยืน จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามจับกุมลูกชายของตนและผู้รับชื้อของเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวของนายสุพจน์ เพื่อมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



