ซิวสาวใหญ่ 6 หมายจับ เปิดเต็นท์มือสอง ลวงเหยื่อลงทุนแต่ไร้ปันผล สวมทะเบียนรถจำนำไปขาย

11.10.16 | 13:12 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. และพ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผกก.2 บก.ป. แถลงจับกุม น.ส.รุ่งรัตน์ หรือนรีรัตน์ บานชื่น อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 14/47 หมู่ 7 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ตามหมายจับของศาลจำนวน 6 หมาย คือศาลมีนบุรี 4 หมาย ดังนี้ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ข้อหา พ.ร.บ.ว่าด้วยความอันเกิดจากการใช้เช็ค, วันที่ 17 มีนาคม 2559 ข้อหา “ฉ้อโกง ปลอมและใช้เอกสารปลอม”, วันที่ 4 เมษายน 2559 ข้อหาพ.ร.บ.ด้วยความอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2535, วันที่ 8 กันยายน 2559 ข้อหา “พระราชบัญญัติว่าด้วยความอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2535 หมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ข้อหา “ร่วมกันยักยอกทรัพย์” และหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ข้อหา “ยักยอกทรัพย์” โดยจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 25/45 หมู่ 8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี


พล.ต.ต.สุทินกล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากปี 2556 ต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2559 ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นสามีที่หลบหนีปลอมเอกสารและได้จัดตั้งบริษัท โพสเกรส ดีเวลลอปเม็นท์ (200) จำกัด เลขที่ 46/112 หมู่ 8 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. หลองลวงผู้เสียหายหลายรายโดยมีพฤติการณ์เปิดเต็นท์รถขายและจำนำพร้อมรับจัดไฟแนนซ์รถมือสองโดยได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนทำธุรกิจไฟแนนซ์และโดยอ้างว่าจะให้เงินปันผลเป็นเงินร้อยละ 2 ต่อเดือน จากจำนวนเงินที่นำมาลงทุนโดยผู้เสียหายยังไม่เคยได้รับเงินปันผลดังกล่าวจากผู้ต้องหา

4.
พล.ต.ต.สุทินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายซึ่งได้นำรถมาจำนำไว้กับผู้ต้องหา จากนั้นผู้ต้องหาได้เบียดบังนำรถที่จำนำไปขายต่อให้กับผู้อื่น โดยสวมทะเบียนใหม่ เบื้องต้นพบว่ามูลค่ารวมความเสียหายทั้งสิ้น 15 ล้านบาท และยังมีรถยนต์ที่ผู้ต้องหารับจำนำไว้อีกจำนวน 200 คัน มีเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจรับจำนำรถของผู้ต้องหาอีก 20 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ที่บ้านพักย่าน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงวางแผนติดตามจับกุมไว้ได้ในที่สุด จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่ามีหมายจับติดตัวดังกล่าวอยู่

นางวนิดา แซ่ก๋วย ทนายความของผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้ามาทำทีติดต่อกับผู้เสียหายซึ่งขอให้ช่วยเหลือนำเงินมาลงทุนทำธุรกิจรับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ โดยจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 2 ของเงินลงทุนทุกเดือน ช่วงแรก ยอมรับว่าทางผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนจริง จึงลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยมาจนเป็นจำนวนกว่า 9.5 ล้านบาท แต่ระยะหลังผู้ต้องหา กลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่ได้กล่าวกันไว้ โดยอ้างว่าสภาพทางการเงินขาด เนื่องจากมีผู้นำรถมาเข้าไฟแนนซ์เป็นจำนวนมาก ทางตนจึงให้ทำสัญญารับสภาพหนี้ขึ้น พร้อมกับสัญญาว่าจะทยอยผ่อนคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยชำระด้วยเช็คเงินสด แต่ภายหลังนำเช็คไปขึ้นเงินธนาคาร กลับไม่สามารถขึ้นเงินได้ หรือเช็คเด้ง จึงแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว

Advertisement

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้กระทำความผิดดังกล่าวจริง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าผู้ต้องหาอาจจะก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่ร่วมกระทำความผิดด้วย และตรวจสอบเรื่องการปลอมแปลงทะเบียนรถที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป