ฉาว! ตำรวจ คฝ.เมากร่าง ลวนลามสาว ชกต่อย พนง.ชาย ใช้มีดยาว 1 เมตร ฟันทรัพย์สินร้านอาหาร
ตำรวจคฝ. – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านบ่อตกกุ้งทุ่งหลวง ต.ประตูป่า อ.เมืองลำพูน หลังเกิดเหตุการณ์ชายเมากร่างอ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อเหตุใช้ก้อนหินขว้างกระจกรถยนต์จนแตกเสียหายไม่พอยังใช้มีดยาวกว่า 1 เมตร ฟันซ้ำจนเสียหายไป 2 คัน ยังมีกระจกร้านและข้าวของอื่นๆ ภายในร้านอีกจำนวนมาก จนเจ้าของร้านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวแต่ยังขัดขืนต้องเจรจาข้ามคืนถึงเช้าอีกวัน จนพ่อต้องมาห้ามแล้วรับตัวกลับไปสงบสติอารมณ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามภาพในกล้องวงจรปิด เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 4 ก.พ. 2565 จนถึงเช้าของวันที่ 5 ก.พ.2565 ที่ร้านทุ่งหลวง ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน ชายผู้ก่อเหตุได้เข้าไปใช้บริการในร้านอาการนั่งดื่มกินจนถึงเวลาร้านปิด จนร้านปิดแต่ไม่ยอมกลับบ้านขอนั่งต่อกับพนักงานที่เก็บของและทานข้าวกันก่อนกลับ เมื่อทานไปได้ไม่นาน ผู้ก่อเหตุก็เริ่มทะเลาะและลวนลามพนักงานสาว

จนพนักงานชายคนอื่นๆ ไม่พอใจได้ตักเตือนและบอกให้กลับแต่เกิดทะเลาะกันจนบานปลายชกต่อยกันชุลมุน แล้วออกจากร้านไป พนักงานจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุย้อนกลับมาในช่วงเวลาประมาณตี 5 พร้อมกับก้อนหินขนาดใหญ่ เข้ามาหน้าร้านแล้วขว้างใส่รถยนต์ที่จอดอยู่จนกระจกหน้ารถ
แล้วยังไปค้นหาเอามีดตัดหญ้ายาวกว่า 1 เมตรที่อยู่ในร้านออกมาฟันซ้ำจนแตกเสียหายไป 2 คัน กระจกห้องน้ำ กระจกห้องครัว และยังไปทุบข้าวของอื่นๆ เสียหายอีกจำนวนมาก ขณะนั้นเจ้าของร้านและพนักงานที่นอนเฝ้าอยู่ภายในร้านแต่ก็ไม่กล้าออกมาห้ามปรามเนื่องจากกลัวว่าจะได้รับอันตราย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำพูน มาระงับเหตุแต่ไม่เป็นผล ยังคงอาละวาดด่าทอตำรวจอยู่ภายในร้านจนถึงเช้าอีกวัน จนได้เบอร์โทรศัพท์แจ้งพ่อแม่ผู้ก่อเหตุให้มาช่วยพูดเจรจาจนสงบสติอารมณ์ได้

นายจิตรกร เชษฐธง อายุ 36 ปี เจ้าของร้านบ่อตกกุ้งทุ่งหลวง กล่าวว่า มอบหมายให้หุ้นส่วนร้านไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองลำพูนไว้ จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในร้าน จุดที่ทุบทำลายกระจกรถยนต์ กระจกห้องน้ำ อาวุธมีด และภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามคู่กรณีมาตกลงเจรจากันต่อไป

พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า เหตุดังกล่าวได้รับรายงานว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นตำรวจจริง เป็นตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) อยู่ที่กรุงเทพฯ ได้กลับมาบ้านที่ลำพูน แล้วมาก่อเหตุในร้านอาหาร เบื้องต้น ได้ทำการสอบสวนและรายงานไปยังต้นสังกัดไปถึงผู้บังคับบัญชากันต่อไป

ทั้งผู้เสียหาย ผู้ก่อเหตุ ตามภาพก็พบว่าเป็นการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันแล้วเรื่องบานปลายทำลายทรัพย์สิน ก็จะเป็นการทำให้เสียทรัพย์ ต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายกันไป ตามที่คู่กรณีจะตกลงกัน เนื่องจากเป็นคดีทางแพ่งอยู่ที่ผู้เสียหาย หากมีการลงบันทึกแจ้งความกันก็จะได้ทำการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ถูกผิดก็ว่ากันตามความจริง

