คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ไม่มาร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยกับตำรวจ หลังขับรถชนเด็ก 13 ปีจนอ้วกเป็นเลือด แจ้งผ่านโทรศัพท์ยืนยันจ่าย 3,000 บาท เป็นค่าเสียหายและค่ารักษาทุกอย่าง ตำรวจทำสำนวนแยกส่งให้อัยการและศาลพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือประมาทร่วม
เมื่อวันที่ 9 ก.พ.65 กรณีนายพิสิทธิ์ ขับรถฟอร์จูนเนอร์ ชนกับเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่บริเวณสี่แยก (ไม่มีสัญญาณไฟ) ถนนในเขตเทศบาลสตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.64
เหตุการณ์ครั้งนั้นเด็กต้องถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังจากอาเจียนเป็นเลือด โดยตั้งแต่หลังเกิดเหตุมาจนถึงปัจจุบันเด็กยังมีอาการปวดหัวมาจนถึงปัจจุบัน สุดท้ายไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากผู้ขับรถยืนยันจะจ่ายเงินเป็นค่ารักษา ชดใช้ค่าเสียหายและเงินทำขวัญจำนวน 3,000 บาท จนตกเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.สตึก ได้นัดให้คู่กรณีมาเจรจาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งที่ สภ.สตึก เมื่อวันที่ 8 ก.พ. (วานนี้) เมื่อถึงเวลานัดหมาย ฝ่ายเด็กหญิง มีพ่อแม่และทนายจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดไปพบพนักงานสอบสวน
แต่ไม่ปรากฏว่ามีนายพิสิทธิ์ หรือบริษัทประกันมาร่วมเจรจาแต่อย่างใด โดยได้ยืนยันผ่านพนักงานสอบสวนว่า ”ยืนยันจะจ่ายเงินจำนวน 3,000 บาท” เหมือนที่เคยแจ้งไปแล้ว หรือถ้าต้องจ่ายมากกว่านี้จะต้องให้ศาลตัดสิน
นางนิภาวรรณ เวโรจน์ อายุ 44 ปี แม่เด็กหญิง 13 ปี บอกว่าการเดินทางมาครั้งนี้ พนักงานสอบสวนเชิญมาทั้งสองฝ่ายมาเจรจาหาข้อยุติโดยที่ไม่ต้องขึ้นศาล โดยตำรวจโดยเฉพาะ พ.ต.อ.วัชรวิทย์ วรรณธาณี ผกก.สภ.สตึก ได้แจ้งว่า ถ้าขาดเหลือบางส่วนที่จะทำให้ตกลงกันไม่ได้ ผกก.พร้อมจะเอาเงินส่วนตัวไปเพิ่มเติมให้ แต่ฝ่ายคนขับรถไม่เดินทางมาและยืนยันเหมือนเดิมคือจะจ่าย 3,000 บาท
ด้าน น.ส.วิลาลักษณ์ ประโยชน์ อายุ 38 ปี จนท.สำนักงานยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การเจรจาไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากผู้ขับรถยนต์แจ้งว่าจะจ่ายค่าสินไหมให้ก็ต่อเมื่อมีคำพิพากษาของศาล เบื้องต้นตำรวจจะต้องทำสำนวนส่งอัยการ ตามกระบวนการเพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป

