รำลึก 2 ปี เหตุจ่าคลั่งกราดยิงที่โคราช เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลผู้เสียชีวิต ขณะที่บ้านจ่าคลั่งรกร้าง

9.02.22 | 11:30 น.

รำลึกครบ 2 ปี เหตุจ่าคลั่งกราดยิงที่โคราช เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลผู้เสียชีวิต ที่วัดป่าศรัทธารวมบ่ายวันนี้ ขณะที่บ้านจ่าคลั่งสภาพรกร้างไร้คนอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่วัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดสถานที่ภายในศาลาการเปรียญ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุลให้กับผู้เสียชีวิตครบรอบ 2 ปีจากเหตุการณ์จ่าคลั่งกราดยิง เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.63 โดยภายในศาลาการเปรียญได้มีการจัดพื้นที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา มีการจัดเก้าอี้เว้นระยะห่าง ทั้งภายในและภายนอกศาลาการเปรียญ พร้อมกับติดตั้งจอโทรทัศน์หลายเครื่อง เพื่อถ่ายทอดสัญญาณภาพออกมาให้ประชาชนที่ร่วมงานสามารถรับชมได้บริเวณเต็นท์ที่ตั้งไว้ด้านนอก ซึ่งในช่วงเวลา 14.00 น. คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมานิมนต์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว มาเป็นประธานในพิธีสงฆ์ คาดว่าจะมีญาติผู้เสียชีวิต ข้าราชการ ทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 321/9 ม.5 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของจ่าคลั่ง ที่เป็นฉนวนก่อเหตุ โดยเป็นชั้นเดียว อยู่บนเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ล่าสุดพบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ประตูรั้วปิดไว้อย่างแน่นหนา ไร้ผู้อยู่อาศัยตั้งแต่เกิดเหตุ โดยสภาพรอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกร้าง ตัวบ้านเริ่มทรุดโทรม ฝ้าเริ่มหลุดลอก ภายในบ้านมีการนำสิ่งของเครื่องใช้ออกทั้งหมด ทำให้บรรยากาศโดยรอบบ้านวังเวงเป็นอย่างมาก

สำหรับเหตุการณ์จ่าคลั่งกราดยิงนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 63 โดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ นครราชสีมา ใช้อาวุธปืนยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับบัญชา และนางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยายของผู้บังคับบัญชา เสียชีวิต จากปมขัดแย้งเรื่องบ้านพักทหาร ก่อนที่จะเข้าไปกราดยิงที่หน่วยของตนเพื่อเอาอาวุธที่คลังอาวุธ และยิงเจ้าหน้าที่เวรเสียชีวิต จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขโมยรถฮัมวีขับออกมาจากหน่วย และกราดยิงประชาชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย สุดท้ายจึงหลบหนีเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำให้มีประชาชนและพนักงานของห้างติดอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก หลังความพยายามในการช่วยเหลือตัวประกันนานหลายชั่วโมง เกิดเสียงปืนดังเป็นระยะๆ ระหว่างการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่และคนร้าย ในที่สุด เมื่อถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.00 น. จ.ส.อ.จักรพันธ์ จึงถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตบริเวณชั้นล่างของห้าง ก่อนจะช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือออกมาได้สำเร็จ

โดยมีเหยื่อเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวม 88 ราย ที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากกองทัพบกมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและฟื้นฟูเยียวยา รวมถึงพิจารณาลงโทษผู้เกี่ยวข้อง โดยการเยียวยาแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 31 ราย และบาดเจ็บ 57 คน รวม 88 ราย บรรจุราชการทหาร 31 คน สังกัดกองทัพบก 26 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 4 คน และพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ 1 คน

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ผู้ก่อเหตุ, พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์, นางอนงค์ มิตรจันทร์ และนายพิทยา แก้วพรหม จะไม่ได้รับการเยียวยา พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนปลดประจำการถอดยศ ถึงแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับสิทธิตามระเบียบบำเหน็จตกทอด ทั้ง จ.ส.อ.จักรพันธ์ และ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์

Advertisement

ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาประจำหน่วยกองทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ถูกปรับย้ายมาประจำตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองทัพบก นอกจากนี้ กองทัพบกยังปรับปรุงระเบียบการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ และปรับปรุงระบบสวัสดิการกองทัพให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งสวัสดิการภายในต่างๆ ของทหารทุกระดับอีกด้วย