สลด! จนท.ฝ่ายการเงิน รพ.พหลฯวัย 66 ปี จอด จยย.ซื้ออาหารไปใส่บาตร ถูกกระบะแซงซ้ายชนร่างกระเด็น

9.02.22 | 13:32 น.

สลด! จนท.ฝ่ายการเงิน รพ.พหลฯวัย 66 ปี จอด จยย.ซื้ออาหารไปใส่บาตร ถูกกระบะซิ่งแซงซ้ายชนร่างกระเด็นอัดกระถางต้นไม้ ก่อนศีรษะฟาดเสาหน้าบ้าน เสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 9 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนคนที่บริเวณริมถนนแสงชูโต (ขาเข้าตัวเมือง) ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หน้าโรงเรียนวิสุทธรังษี มีผู้เสียชีวิต


ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากเป็นชั่วโมงเร่งด่วน การจารจรหนาแน่น ทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร พบศพ นางสาวสุรางค์ ศิริชุมแสง อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/48 ถนนแสงชูโตใต้ ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี อาชีพทำงานอยู่ฝ่ายการเงินห้องจ่ายยาโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อดีตเป็นข้าราชการของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จนเกษียณอายุราชการ และทางโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาได้ว่าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราว นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนฟุตปาธ โดยมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษจ 990 กาญจนบุรี ของผู้เสียชีวิตจอดล้มตะแคงอยู่ริมถนน พร้อมถุงยา ถุงแกง และถุงขนมตกอยู่

นอกจากนี้ยังพบกระถางต้นไม้แตกกระจายเกลื่อนพื้น และห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 800 เมตร ตรงข้ามประตูทางออกโรงเรียนวิสุทธรังษี พบรถกระบะ อีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฒย 7940 กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจารุวัฒน์ กัณฑบุตร อายุ 28 ปี เป็นคนขับรถกระบะ ซึ่งบรรทุกข้าวสารอยู่เต็มกระบะ เมื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าตัวพูดเพียงสั้นๆ ว่า จำอะไรไม่ได้ ยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่

ต่อมานายวรัตนถ์ แก้วบุญชู รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และเพื่อนร่วมงานทราบเหตุจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งติดต่อประสานแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง ลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากเหตุเกิดนานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด

Advertisement

กระทั่งเวลา 08.35 น. พนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง พร้อมด้วยแพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ได้เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต พบว่าศพของผู้เสียชีวิตเริ่มเกิดอาการแข็งตัวแล้ว เบื้องต้นจากการชันสูตรพบ สภาพศพถูกกระแทกอย่างแรง ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ คอหัก แขนหัก และกระดูกตามร่างกายหักหลายจุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทางมูลนิธินำศพไปยังชันสูตรที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เพื่อตรวจสอบสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

สอบถามแม่ค้าใกล้จุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตจะมาซื้ออาหารทุกเช้าเพื่อไปใส่บาตรพระ และวันนี้เป็นวันพระ จึงซื้อไปมากกว่าปกติ หลังจากซื้อของเตรียมใส่บาตรเสร็จ ก็จะขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน ก่อนเกิดเหตุขณะผู้เสียชีวิตกำลังเดินไปยังรถจักรยานยนต์ของตนเองที่จอดไว้ริมถนน จู่ๆ รถกระบะคู่กรณีก็ได้พุ่งมาชนอย่างเต็มแรง จนร่างของผู้เสียชีวิตกระเด็นลอยไปไกล ห่างจุดที่รถจักรยานยนต์จอดอยู่ กว่า 5 เมตร ลำตัวไปกระแทกกระถางต้นไม้แตกกระจาย ก่อนที่ศีรษะไปฟาดกับเสาหน้าบ้านของบ้านข้างๆ จนแตกเป็นแผลฉกรรจ์ เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่

ขณะที่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีรถคันอื่นๆ จอดรอเพื่อยูเทิร์น แต่รถกระบะที่ก่อเหตุได้ขับแซงออกซ้ายจนไปชนผู้เสียชีวิตขณะยืนอยู่ที่รถจักรยานยนต์ของตนเอง โดยไม่มีร่องรอยการเบรกของรถกระบะแต่อย่างใด

นอกจากนี้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวฝากผ่านสื่อมวลชนด้วยว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำการปิดช่องถนนยูเทิร์นดังกล่าว เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้ง ประกอบกับที่ผ่านมาเกิดเหตุเป็นประจำ จนทำให้มีเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจจะต้องมีผู้เคราะห์ร้ายต้องมาสังเวยอีกไม่รู้กี่ศพ

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ของตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่พบว่ากล้องที่อยู่บริเวณดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถอดออกไปในช่วงเกิดเหตุก่อนหน้านี้แล้วและยังไม่นำกลับมาคืน จึงไม่สามารถดูภาพขณะเกิดเหตุได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำ นายจารุวัฒน์ กัณฑบุตร คนขับรถกระบะคันก่อเหตุ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป