รวบหนุ่มวัย 44 แอบขี่จยย.ตามเด็กม.ปลาย ยันเพิ่งรู้เป็นการคุกคาม รับปากไม่ทำอีก แต่ความรักห้ามไม่ได้ 

11.02.22 | 18:35 น.

ตร.รวบหนุ่มวัย 44 แอบขี่จยย.ตามเด็กม.ปลาย สารภาพเพิ่งรู้ทำแบบนี้คือคุกคาม รับปากไม่ทำอีก แต่ความรักห้ามไม่ได้ 

วันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามข่าวกรณีนักเรียนหญิง ถูกคุกคามโดยชายไม่ทราบชื่อ และไม่เคยรู้จักกันอายุประมาณ กว่า 40 ปี ตามที่โพสต์ทางโซเชียล


พร้อมกับสอบถามข้อเท็จจริงกับนางสุภาวดี ปัดสี อายุ 40 ปี แม่ของผู้ที่ถูกคุกคามทราบว่า ประมาณ 7.00 น.ติดตาม คุกคามให้รายละเอียดว่า เหตุเกิดเมื่อวานนี้ หลังจากลูกสาวออกจากบ้านไปโรงเรียน อยู่ที่รถจักรยานยนต์ไปคนเดียว มีชายผู้ที่คุกคามดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายอำนาจ พฤกษาสิทธิ์ หรือ เหน่ง คอตั้ง จอดรถดัก กลางทาง เรียกให้จอดแต่ไม่จอดขี่รถหนี ก็ยังถูกไล่ตาม จนไปถึงบ้านเพื่อนจึงได้ทำการถ่ายคลิป ไว้เป็นหลักฐาน

ลองถามสาเหตุของการติดตาม คนดังกล่าวบอกว่าเหตุที่ตามเพียงแต่อยากคุยด้วย ซึ่งลูกก็ปฏิเสธว่าไม่เหมาะสม เพราะยังเป็นนักเรียนอยู่ ขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าวไม่เช่นนั้นจะแจ้งความดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขี่จักรยานยนต์หนีไป โดยก่อนที่จะหนีไป พยายามยัดเยียดสิ่งของที่ซื้อมาฝาก แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับและกลับมาแจ้งให้พ่อแม่ผู้ปกครองทราบ ท่ามกลางความไม่สบายใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ลูกถูกคุกคามเช่นนี้

ซึ่งทางด้าน แม่ของเด็กที่ถูกคุกคามบอกว่าเหตุการณ์เช่นนี้มันเกิดจากชายคนดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา และครั้งที่ 2 คือเมื่อวานนี้ด้วยพฤติกรรมเดิมๆ คือขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ตามระยะทาง 11 กม.เส้นทางลัดที่ใช้ไปโรงเรียน แล้วพยายามที่จะขอพูดคุยและเอาของฝากมาให้ซึ่งลูกสาวไม่ยอมรับและเคยเล่าให้ฟัง ทำให้ตนเองวิตกกังวลมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้ตนจะนำเรื่องราวทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ คุกคามลูกสาวของตน ให้ถึงที่สุด เพื่อให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว และหากเข้าทางกฎหมายก็ต้องการให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำการพูดคุกคามดังกล่าว

Advertisement

ที่ไม่สบายใจที่สุด คือ ทราบประวัติจากกำนัน และผู้นำชุมชนว่า ชายดังกล่าวมีประวัติในทางที่ไม่ถูกต้อง และเสียหายสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมมาโดยตลอด จึงต้องการให้มีการเรียกตัวมาสอบสวน ดำเนินคดี หรือปราม ไม่ให้มีการก่อเหตุคุกคาม ลูกสาวของตนอีกต่อไป เพราะเกรงว่านอกจากลูกสาวคนโตแล้ว อาจจะมีการคุกคามคนอื่น อีกต่อไปได้

ทั้งนี้ เวลา 10.30 น.ผู้ปกครอง พาเด็กผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วิฑูรย์ พรมมี รอง สว.สอบสวน สภ.ศรีสมเด็จ พร้อมกับนำหลักฐาน ภาพถ่าย และคลิฟที่ผู้เสียหายบันทึกไว้แนบสำนวนการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ พร้อมกับเรียกชุดสืบสวน สภ.ศรีสำเด็จมารับทราบข้อมูลและตรวจสอบประวัติ ค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจรู้จักดีในนาม เหน่ง คอตั้ง ภูมิลำเนาอยู่ที่ ม.12 ต.ปอภาร อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกล่าวว่า จะให้ชุดสืบสวนติดตามตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบว่าหากเข้าข่ายกฎหมายข้อใด ก็จะดำเนินคดีตามนั้นต่อไป

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสมเด็จ จากการสั่งการของ พ.ต.ท.อภิเดช สุทธิ สว.สืบสวน สภ.ศรีสมเด็จ ได้ควบคุมตัว นายอำนาจ พฤกษาสิทธิ์ หรือ เหน่ง คอตั้ง พร้อมรถ จยย.ซูซุกิ smash แบบหญิงสีแดงดำ ทะเบียน ร้อยเอ็ด กรม 146 ที่ใช้ก่อเหตุ มาตรวจสอบ ประกอบสำนวนการสอบสวน

ซึ่งจากการตรวจสอบหายาเสพติดเบื้องต้น ปรากฏว่า พบฉี่สีม่วง ซึ่งเจ้าของตัวยอมรับว่ามีการเสพยามาตั้งแต่เมื่อวาน หลังก่อเหตุ เข้าไป 2 เม็ด และยอมรับตนเองได้ก่อเหตุ ขี่รถ จยย.ไล่ นร.ที่มาแจ้งความจริง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการบันทึกจับกุม 2 ข้อมา คือ คุกคามต่อเสรีภาพและทำให้เกิดความเกรงกลัวว่าจะได้รับอันตราย ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และส่วนข้อหาเสพยาเสพติด ก็จะต้องคสบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ส่งฟ้องศาลแขวงพิจารณาความผิดตามกฎหมายต่อไป

ในขณะที่มีการสอบถามถึงสาเหตุ ที่รถไล่ตามเด็กคนดังกล่าว ผู้ต้องหาให้การว่า แอบเห็นเด็กคนนี้ตั้งแต่ชั้นประถม แอบชอบและเอ็นดูเด็กคนนี้เงียบๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งเรียนมัธยม ก็ขี่ จยย.ผ่านหน้าบ้านตนเป็นประจำ โดยที่รู้จักหรือไม่เคยพูดจากันเลยก็ตาม จนกระทั่งเด็กเรียนชั้นมัธยม ก็แอบชอบมาโดยตลอด จนเป็นเหตุให้อยากทำความรู้จัก และอยากจะพูดคุยด้วย จึงได้แอบรอและขี่รถไล่ตาม ซึ่งตนเองทำครั้งแรกเมื่อต้นปีที่แล้ว เป็นครั้งแรก และครั้งที่ 2 เมื่อปลายปี 2564 แต่ไม่ได้พูดคุยกัน จนกระทั่งครั้งสุดท้ายคือเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่มีการรอ และขี่รถตาม จนได้พูดคุยกัน และถามชื่อ แต่เด็กไม่ตอบ และทำให้เด็กตกใจ มาแจ้งความดังกล่าว

แต่ก็ยังยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนใจ เมื่อแค่ขี่รถตาม หรือเข้าไปทำความรู้จัก กลายเป็นว่ามีความผิด ต่อไปก็คงไม่ตามไปไปพูดคุยอีก แต่ก็ยืนยันว่า ความรักห้ามไม่ได้ จะยังคงแอบดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ตามไปถาม หรือพูดคุย จนกลายเป็นว่า ตนเองไปคุกคามเด็กอีก