อัยการผู้ช่วยจ.เพชรบุรีร้อง อสส.ถูกโทรขู่หลังมีปัญหา ตร.พื้นที่ ปมสั่งสอบผู้ต้องหาเพิ่มพรบ.คอมฯ

12.02.22 | 00:02 น.

อัยการผู้ช่วยจ.เพชรบุรีร้อง อสส.ถูกโทรขู่หลังมีปัญหา ตร.พื้นที่ ปมสั่งสอบผู้ต้องหาเพิ่มพรบ.คอมฯคดีผตห.คดีลักบัตรอิเล็กทรอนิคส์ ขอคุ้มครองหวั่นไม่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายธนสรณ์ เจียนทองเลื่อน อัยการจังหวัดผู้ช่วยสำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้ทำบันทึกข้อความถึงอธิบดีอัยการภาค7 ถึงอัยการสูงสุด ความว่า


กราบเรียน อัยการสูงสุด ผ่านอัยการจังหวัดเพชรบุรี และอธิบดีอัยการภาค 7 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงาน สอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่ายาง ผู้ต้องหารายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยมี ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง เป็นพนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบ ลงรับเป็นสำนวน ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 4 ครั้งสุดท้าย) ในวันที่ 14 ก.พ.65

ต่อมา วันที่ 7 ก.พ.65 อัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้มีคำสั่งจ่ายสำนวนตามระเบียบ ให้แก่ข้าพเจ้า นายธนสรณ์ เจียงทองเลื่อน อัยการจังหวัดผู้ช่วย เป็นเจ้าของสำนวน และนายสมเจตน์ สุขประเสริฐ เป็นผู้กลั่นกรองงานข้าพเจ้าได้ทำการตรวจสำนวนเบื้องต้นตามระเบียบแล้ว พบว่า พยานหลักฐานในสำนวนยังไม่เรียบร้อยขาดเอกสารสำคัญในสำนวนหลายประเภท หลายฉบับอันเป็นเอกสารสำคัญต่อการพิจารณาข้อเท็จจริงแห่งคดี และใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อศาลในการสืบพยาน ทั้งยังมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาไม่ครบถ้วนตามพยานหลักฐานเท่าที่ ปรากฏในสำนวน ประกอบกับใกล้จะครบกำหนดระยะเวลาฝากขังผู้ต้องหาครั้งสุดท้ายแล้ว ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า หาก ประสานงานทางโทรศัพท์กับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เพื่อแจ้งข้อบกพร่องที่ประสงค์จะทำการสอบสวน เพิ่มเติมไปก่อนที่จะออกหนังสือสั่งการ จะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และทำสามารถสั่ง สำนวนได้เสร็จเรียบร้อยภายในกำหนดเวลาฝากขังผู้ต้องหา ในวันที่ 14

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.65 เวลาประมาณ 12.38 น. ข้าพเจ้าจึงได้โทรศัพท์ถึง ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่ไม่มีผู้รับสาย ต่อมา เวลาประมาณ 12.42 น. ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ได้โทรศัพท์กลับมาหาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้แจ้งข้อบกพร่องในสำนวน และ ขอเอกสารเพิ่มเติม ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง มีน้ำเสียงไม่พอใจ และกล่าวว่า “ท่านจะเอาเอกสารไปทำไม เพื่อ ประเด็นอะไร”

Advertisement

ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า “เอามาใช้ร่างฟ้อง เพราะข้อเท็จจริงตามที่สอบสวนมาไม่ครบครับ” ร.ต.อ.ภานุ วัตร สังข์ทอง ตอบว่า “ท่านจะเอาอะไร อะ 1 ว่ามา” ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า “หน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย พร้องรับรองสำเนาถูกต้อง” ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ตอบว่า “อ่ะ 2 ว่ามา”

ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า รูปภาพหน้าแอพพลิเคชันธนาคารที่ผู้เสียหายใช้ที่แสดงถึงชื่อของผู้เสียหาย พร้อมรับรองสำเนา และระบุข้อความว่าใช้ผูกกับ หมายเลขโทรศัพท์อะไรและรหัสเข้าใช้คืออะไร

“ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ตอบว่า “แค่นี้ใช่ไม้ที่อยากได้” แล้ววาง ตัดสายไป

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.เวลาประมาณ 10.30 น. ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ได้มอบหมายให้ นายตำรวจส่งสำนวน นำเอกสารดังกล่าวมามอบให้ ต่อมา เวลา 13.02 น.ข้าพเจ้าจึงได้โทรศัพท์ถึง ร.ต.อ. ภานุวัตร สังข์ทอง พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าต้องทำการ

แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาเพิ่มเติมในฐานความผิด เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนด้วย

แต่ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง กลับมีน้ำเสียงไม่พอใจและกล่าวว่า “ทำไมต้องแจ้งเพิ่ม ก็มันมีข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ท่านดูโทษหรือยังว่าโทษมันหนักกว่า เคยปรึกษาผู้กำกับอนุรักษ์ สิงห์สังข์แล้ว บอกว่าไม่ต้องแจ้ง”

ข้าพเจ้าจึงตอบว่า ผู้กำกับอนุรักษ์ ไม่ได้ฟ้อง ผมเป็นคนฟ้อง และผู้ต้องหากระทำความผิดข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯด้วย

ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ได้กล่าวตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “เอาจริงๆ ผมไม่ว่างแจ้งหรอกอบรมสารวัตรอยู่”

ข้าพเจ้าจึงตอบไป ว่า “ไม่เป็นไรอย่างไงผมมีหนังสือสอบเพิ่มไปอยู่แล้ว”

ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง มีน้ำเสียงไม่พอใจและกล่าวว่า “อยากจะสั่งอะไรก็สั่งมา สั่งมา สั่งมาเลย ผมจะได้รู้ด้วยว่าคุณเป็นใครชื่ออะไร” แล้วตัดสายโทรศัพท์ข้าพเจ้าทันที

ต่อมา 8 ก.พ.65 เวลาประมาณ 19.30 น. ข้าพเจ้าได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์ของ ข้าพเจ้า พบว่า มีโทรศัพท์ หมายเลข หนึ่งได้ส่งข้อความมาที่โทรศัพท์ของข้าพเจ้า เมื่อเวลา 16.22 น. ความว่า “เป็นอะไรมากป่าว อยากโชว์กันหรอ มาทำลูกพี่ก่อนนะ เดินทางปลอดภัยนะ เดี๋ยวอาจจะได้ เจอกัน”

เวลา 16.32 น.ความว่า “ทำอะไร ทำดีๆ นะ คิดให้ดี ขอโทษ ยังทัน เวลา 16.32 น. ความว่า ชอบจัง คนมีอื่น ผ่านมา ท่ายาง ถ้าดูแลรักษาตัวให้ดี เช็คเบสแปบ ถ้าผ่านมา

เวลา 16.32 น.ความว่า “คุณมีกัน เรามีนอกเกม นะจ้ะ อยากๆๆๆ อยากเจอโว้ยยย”

ต่อมา ในวันเดียวกัน เวลา 17.25 น.มีโทรศัพท์ ซึ่งเป็นหมายเลข เดียวกับที่ส่งข้อความดังกล่าวมาหาข้าพเจ้า โทรเข้ามายังโทรศัพท์ของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าไม่ได้รับสาย หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวด้วยตนเอง พบว่ามีความเชื่อมโยงกับ ร.ต.อ. ภานุวัตร สังข์ทอง

ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นช่วงเวลาต่อเนื่องภายหลังจากที่ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง แสดงอาการไม่พอใจข้าพเจ้าทางโทรศัพท์ และเข้าใจว่าบุคคลทั่วไปไม่น่าจะทราบหมายเลขโทรศัพท์ของพนักงานอัยการได้ ประกอบกับข้อความในเชิงข่มขู่ ดูหมิ่น เหยียดหยาม ดังกล่าว มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับพฤติการณ์ ของเรื่อง และพฤติกรรมของ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง อย่างมีนัยยะสำคัญ

และ ต่อมาเวลา 20.09 น.ได้มี โทรศัพท์ หมายเลขชื่อเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง โทรเข้ามายังโทรศัพท์ ของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าไม่ได้รับสายเช่นกัน

วันที่ 9 ก.พ.วลาประมาณ 10.00 น.ข้าพเจ้าได้เข้าพบอัยการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อรายงาน เรื่องดังกล่าวให้ทราบ อัยการจังหวัดเพชรบุรี จึงได้ประสานงานติดต่อทางโทรศัพท์กับ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร ท่ายาง ต่อมา เวลาประมาณ 14.00 น.ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่ายาง หัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานี ตำรวจภูธรท่ายาง และ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ได้เดินทางเข้าพบอัยการจังหวัดเพชรบุรี ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมเจรจา พูดคุยดังกล่าวด้วย ซึ่ง ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ได้ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าวเข้ามาที่หมายเลขโทรศัพท์ของข้าพเจ้า และมีท่าทีแข็งกร้าว ไม่ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชาตนเอง ไม่ให้ความเคารพอัยการจังหวัด เพชรบุรี

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่ายาง และหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ายาง ได้ ยืนยันว่า หมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นหมายเลขที่ส่งข้อความดูหมิ่น เหยียดหยาม และแสดงความ อาฆาตมาดร้ายข้าพเจ้า ทั้งยังโทรศัพท์เข้ามาหาข้าพเจ้าภายหลังจากที่ส่งข้อความสุดท้ายมา ดังกล่าวแล้วเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองจริง

วันที่ 10 ก.พ.65 เวลาประมาณ 13.45 น.ข้าพเจ้าจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึก ประจำวันเป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ การที่มี บุคคลส่งข้อความดังกล่าวถึงข้าพเจ้าในฐานะพนักงานอัยการ ย่อมเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม ข้าพเจ้าในฐานะพนักงานอัยการซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงอย่างร้ายแรง และยังเป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัว หวาดระแวง ทั้งที่ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยความสุจริตอย่างยิ่งยวดมาโดยตลอด ทั้งนี้ หากสามารถตรวจสอบยืนยันได้ว่า หมายเลขโทรศัพท์เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ ร.ต.อ ภานุวัตร สังข์ทอง และ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าวมาหาข้าพเจ้าจริง ย่อมเป็นการไม่ สมควรอย่างยิ่ง ด้วยเหตุเป็นการสืบเนื่องมาจากการที่ข้าพเจ้าในฐานะพนักงานอัยการ ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วย กฎหมาย และอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อร่วมกันทำงานขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทาง อาญาให้เป็นไปโดยถูกต้อง ชอบธรรม และรวดเร็ว อันจะส่งผลดีต่อประชาชน และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ กระบวนการสอบสวนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่พฤติกรรมของ ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง ซึ่งเป็นพนักงาน สอบสวน ดังกล่าวมาข้างต้นจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดี และการประสานงานระหว่างสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด อย่างร้ายแรงและก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยของพนักงานอัยการในการปฏิบัติ หน้าที่อย่างร้ายแรงที่สุด

เนื่องจาก ร.ต.อ.ภานุวัตร สังข์ทอง เป็นเจ้าพนักงานที่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ ทำให้ ข้าพเจ้ามีความหวาดระแวง และความเครียดอย่างสูงในการใช้ชีวิตประจำวัน อันจะส่งผลถึงประสิทธิภาพในการ ทำงานอีกด้วย จึงใคร่ขอกราบเรียนให้มีการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ข้าพเจ้า และพนักงานอัยการ ทั่วราชอาณาจักร และให้ความคุ้มครองแก่ข้าพเจ้าเป็นการเร่งด่วน ตามสมควร