ภรรยาร้อง! เจ้าของร้านทองยิงสามีเสียชีวิต เหตุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโจร รู้แล้วยังเฉย ไม่มาเยียวยา
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.พบพระ จ.ตาก ถึงกรณีคนร้าย จำนวน 3 คน ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอกซ์ เลขทะเบียน 1910 กำแพงเพชร และใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูบานกระจกที่ร้าน พร้อมกับใช้ค้อนทูบบานประตูร้านจำหน่ายทองรูปพรรณกรุงเทพ 4 เลขที่ 356 ถนนซอโอ – วาเล่ย์ ต.พบพระ จากนั้นได้นำเอาทองคำรูปพรรณ น้ำหนักจำนวนเกือบ 187 บาท ขึ้นรถยนต์หลบหนีไป และไปเปลี่ยนรถยนต์ที่ 2 บ้านผากระเจ้อ หมู่ที่ 9 จากนั้นได้หลบหนีข้ามลำห้วยยะพอชายแดนไทย-เมียนมา บ้านยะพอ หมู่ที่ 5 ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 65 ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ชัดเจนแล้วว่า ขณะนี้คนร้ายทั้ง 3 คน เป็นชาวเขา และมีบัตรเลขศูนย์ หรือผู้ไม่มีฐานะทางทะเบียน 1 ในจำนวนนี้อาศัยอยู่กับภรรยาที่บ้าน 16 ตำบลรวมไทยพัฒนา อ.พบพระ
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า หลังจากคนร้ายปล้นร้านทองไปแล้วยังติดต่อกับภรรยาอยู่ และเจ้าหน้าที่ทราบว่า คนร้ายทั้ง 3 คน ได้หนีไปหลบอยู่ในเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พบพระได้ประสานกับชนกลุ่มน้อยที่ดูแลตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาทุกกลุ่มด้านตรงข้ามชายแดนตากเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายทั้ง 3 คนให้แล้ว ส่วนการติดตามความเคลื่อนไหวในเขตไทยยังคงดำเนินการต่อไป เช่นการตั้งจุดสกัด ส่งชุดสายสบลงพื้นที่ และได้เพ่งเล็งไปยังบ้าน 16 และหมู่บ้านใกล้เคียง
ด้านนางติ่นหม่า วิน อายุ 33 ปี ภรรยานายอากา อายุ 30 ปี ลูกค้าร้านทองดังกล่าวที่เสียชีวิตในระหว่างที่คนร้ายปล้นร้านทอง และถูกยิงเสียชีวิตนั้น ได้ไปร้องเรียนกับองค์กรช่วยเหลือแรงงานเมียนมาที่ชายแดนไทย-เมียนมาว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปซื้อสร้อยคอทองคำให้ลูก และระหว่างเลือกขนาดความยาวสร้อยอยู่นั้น พบคนร้ายสวมหมวกนิรภัยเข้ามา และใช้อาวุธปืนยิงใส่กระจก ทำให้ตนและสามีหลบเข้าไปซ่อนตัวใต้เคาน์เตอร์ของร้าน เพราะวิ่งออกทางหน้าร้านไม่ได้ ส่วนลูกๆเจ้าของร้านหลบไปด้านหลังร้าน สักพักโจรได้ออกจากร้านไปแล้ว ทางบิดาเจ้าของร้านออกมาเปิดประตูพร้อมกับอาวุธปืนอยู่ในมือ สามีจึงรู้ว่าปลอดภัยแล้วจึงลุกยืนขึ้น ทำให้บิดาเจ้าของร้านตกใจใช้อาวุธปืนยิงใส่สามีต่อหน้าตนเองจนเสียชีวิต หลังจากนั้นทางลูกๆออกมาบอกว่า ไม่ใช่คนร้ายเป็นลูกค้า
นางติ่นหม่า วิน กล่าวว่า ตนเข้าใจว่า มันเป็นเหตุการณ์ปล้นร้านทอง แต่การเสียชีวิตของสามี กลายเป็นข่าวว่า เจ้าของร้านใช้อาวุธปืนยิงโจรปล้นร้านทอง ทำให้ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม และทางเจ้าของร้านยังไม่มาพูดคุยเจรจากับทางตนเองในเรื่องของการเยียวยา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าใจว่า เจ้าของร้านยิงโจร
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสามีภรรยาคู่นี้ ได้ประกอบอาชีพเป็นแรงงาน เป็นชาวเมืองพะโค ประเทศเมียนมา เป็นแรงงานอยู่ใน อ.พบพระ สามีเข้ามาทำงาน ประมาณ 10 ปี ส่วนภรรยา ทำงานได้ 6 ปี เป็นแรงงานที่เข้ามาตามข้อตกลงเอ็มโอยู.ใช้หนังสือเดินทางประเภทแรงงาน

