หนุ่มม้งมึน! เข้าแจ้งจับกำนัน หลังถูกเรียกเงิน 1 แสน อ้างถูกซัดทอดค้ายาเสพติด

24.02.22 | 11:20 น.
หนุ่มม้งมึน! เแจ้งจับกำนัน หลังถูกเรียกเงิน 1 แสน อ้างถูกซัดทอดค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา หลังมีการร้องเรียนจากชาวบ้านเข้ามาว่าลูกเขยตัวเองถูกกำนันในพื้นที่เรียกตัวไปพูดคุยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งมีการเจรจาว่าหากไม่อยากให้เป็นคดีความและมีหมายจับมาให้จ่ายเงินเป็นจำนวน 1 แสนบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ล่าสุด นาย เอ(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี หนุ่มชาวม้งที่ถูกกำนันเรียกเงินได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ภูซาง จ.พะเยา เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้


โดย นายเอ ได้เล่าว่า เมื่อประมาณกลางเดือน ม.ค.ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่ากำนันได้โทรศัพท์มาหาให้ตนเองไปพบในสถานที่แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นตนเองได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปหาทางกำนันทันทีพอไปถึงตัวกำนันได้นำรูปโปรไฟล์ของเฟซบุ๊กมาให้ตนเองดูและถามว่าใช่ตนเองหรือไม่ ตนเองก็บอกว่าใช่ตนเองจริง ซึ่งทางกำนันได้พูดอีกว่าเพื่อนของตนเองที่อยู่ อ.เทิง จ.เชียงรายได้ถูกจับกุมในคดียาเสพติดและตนถูกซัดทอดว่าเป็นผู้จำหน่ายซึ่งทำให้ตนเองตนใจเป็นอย่างมากและได้บอกกับกำนันไปว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคนที่ถูกจับรวมทั้งไม่เคยมีเพื่ออยู่ที่ อ.เทิงด้วย

หลังจากนั้นกำนันได้บอกว่าถ้ากลัวทางเจ้าหน้าที่ออกหมายจับตนเองให้ตนเองนำเงิน 1 แสนบาทมาเคลียร์แล้วจะไม่มีการจับกุมตามมา ทั้งนี้ ตนได้บอกว่าขอกลับมาปรึกษากับแฟนและผู้ใหญ่ที่บ้านก่อน แต่แล้วเมื่อกลับมาถึงได้ได้ไม่นานได้มีคนโทรศัพท์มาหาตนเองว่าเงินได้หรือยังให้รีบนำมาให้ ตนเองก็ยังปฏิเสธไปอยู่และก็ได้มีการนัดพบครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ก.พ.65 ที่ผ่านมาโดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและลุงที่รู้จักกับตนนั่งคุยด้วย ซึ่งทางกำนันคนนี้ได้บอกว่าหากไม่มีเงิน 1 แสนบาทก็จะลดให้เหลือ 4 หมื่นบาท ต่อมาทางกำนันได้พูดว่าหากไม่เชื่อว่าตนเองพัวพันเรื่องยาเสพติดนี้จะโทรศัพท์ไปหายังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้พูดคุยซึ่งก็ได้กดโทรศัพท์และให้ตนเองพูดกับเจ้าหน้าที่นายนี้

นายเอ เล่าต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่นายนี้ได้บอกกับตนเองว่าตนเองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริงและถ้าหากไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต ให้จ่ายค่าดูแลผ่านกำนันมาด้วยเพราะทางกำนันคนนี้เคยมีบุญคุณกับทางตำรวจด้วยเช่นกันทั้งนี้ทางลุงที่รู้จักกับตนที่นั่งด้วยกันได้เสนอว่าขอจ่ายที่ 2 หมื่นบาทได้หรือไม่ ซึ่งทางตำรวจนายนี้ก็ตอบตกลงและยินดีที่จะช่วยเคลียร์คดีให้ หลังจากนั้นมาตนเองกลับถูกทางผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตามมาทวงถามตลอดจนล่าสุดมีตนได้เข้าไปร้องทุกข์ที่ สภ.ภูซางครั้งแรกช่วงค่ำของวันที่ 21 ก.พ. โดยไปพร้อมแฟนสาวและแม่แฟน ซึ่งทางตำรวจได้บอกว่าไม่สะดวกที่จะลงบันทึกประจำวันให้แต่รับเรื่องราวไว้และนัดมาพบอีกทั้งเวลา 13.00 น.ของวันที่ 23 ก.พ.65

Advertisement

นายเอ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนลงมาจากโรงพักก็พบกำนันกับผู้ช่วยมายืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมบอกว่าเรื่อง 2 หมื่นบาท ไม่ต้องให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตเดี๋ยวเงิน 2 หมื่นบาท ทางกำนันจะช่วยเคลียร์ให้เอง ต่อมาวันรุ่งขึ้นอีกวันได้มีญาติของตนเข้ามาพบที่บ้านพูดเชิงกดดันว่า กำนันและผู้ใหญ่บ้านทราบเรื่องแล้วทำไมไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบไป พร้อมกับโทรศัพท์ไปหาแม่ตนที่อยู่ต่างประเทศให้ฟังด้วย นอกจากนี้ ยังส่งคนมาข่มขู่เรื่องราวให้ยุติหากเป็นข่าวขึ้นมาตนจะมีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งตนเองคิดว่าตัวเองกับครอบครัวเริ่มที่อยู่ไม่ปกติสุขและต้องหลบซ่อนไม่เข้าบ้านเพื่อที่ทางคนของกำนันจะตามตัวเจอ โดยเรื่องราวที่เกิดตนเองอยากขอความเป็นธรรมกับทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันได้เต็มปากว่าตนเองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่มีเพื่อนอยู่ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย โดยตนได้มีหลักฐานเป็นคลิปเสียงและคลิปวิดีโอที่แอบบันทึกไว้ตั้งแต่เกิดเรื่องได้ส่งต่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งได้ฝากไว้กับผู้ใหญ่เอาไว้เช่นกัน

ด้านนายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอภูซางได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วซึ่งผู้เสียหายได้นำหลักฐานมาเปิดให้ตนดู โดยเวลานี้ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเร่งด่วนด้วยเพราะกำนันและผู้ช่วยฯเป็นเจ้าหน้าที่ใต้ปกครองของตนโดยตรง ซึ่งผลการสอบสวนจะสามารถรู้ชัดเจนได้อีก 1 อาทิตย์และจะทราบว่าทางกำนันกับพวกจะเข้าข่ายความทางวินัยด้วยหรือไม่ในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ตนทราบว่าทางผู้เสียหายและญาติได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ภูซางแล้วและทางตำรวจได้รับเรื่องเป็นคดีอาญา แจ้ง 2 ข้อหาเบื้องต้นคือ ขู่กรรโชกทรัพย์ และผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นฯ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ยุทธนา แก่นจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา ถึงเรื่องดังกล่าวแจ้งว่า ได้รายงานให้ พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.พะเยา ทราบแล้วและได้สั่งการไปยัง สภ.ภูซาง ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย