หดหู่ใจ พบแล้วร่างนักวิชาการเทศบาลพร้อมลูกสาวโดดน้ำโขง กอดกันแน่นลอยติดริมฝั่ง

2.03.22 | 09:25 น.

หดหู่ใจ พบแล้วร่างนักวิชาการเทศบาล พร้อมลูกสาวโดดน้ำโขง กอดกันแน่นลอยติดริมฝั่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 กม. หลังค้นหานานกว่า 3 วัน

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 มีนาคม 2565 เรือเอกสุเทพ แสงอ่วม หัวหน้าสถานีเรือ นรข. อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างนาวาธาตุพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง หลังจากรับแจ้งจากชาวบ้านพบศพผู้สูญหายในน้ำโขง คือ นางวีณา แฮนเกตุ อายุ 44 ปี บ้านอยู่ ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร ตำแหน่งนักวิชาการ ชำนาญการ กองการศึกษาเทศบาลตำบลโคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร หลังเกิดเหตุ อุ้มลูกสาว วัย 7 ขวบ ชื่อน้องยินดี กระโดดน้ำโขงสูญหาย บริเวณท่าเทียบเรือประตูโขงในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา


โดยทางเจ้าหน้าที่มีการระดมการค้นหาทางผิวน้ำและใต้น้ำมานานกว่า 3 วัน แต่ไม่พบศพ จนกระทั่งเช้าวันนี้พบศพผู้สูญหายลอยติดริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร คาดว่าไหลไปตามกระแสน้ำโขง ที่หดหู่ใจมากที่สุด คือสภาพศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 แม่ลูกยังอยู่ในสภาพกอดกันกลม แม่สวมชุดวอร์มกางเกงสีดำ เสื้อกีฬาสีเหลือง ส่วนลูกสาวกางเกงขาสั้นชุดสีน้ำเงิน คาดว่าเป็นการตั้งใจกอดลูกกระโดดน้ำโขง เพราะคิดสั้นจากภาระหนี้สิน ปัญหาส่วนตัวรุ่มเร้า เพราะญาติระบุว่ามีปัญหาหนี้สิน และเคยหย่าร้างกับสามี เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ต้องดูแลบุตรสาวคนเดียวเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจและแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จะได้ตรวจสอบชันสูตรเก็บหลักฐาน ประกอบการดีตามกฎหมายต่อไป ก่อนส่งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.สกลนคร ตามประเพณี

ทั้งนี้ จากการสอบถามพ่อค้าขายปลาไหล ปล่อยทำบุญ บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ คือ นายมิตร วุธฒนา อายุ 60 ปี เล่านาทีได้พูดคุยกับสองแม่ลูกว่า ก่อนเกิดเหตุพบสองแม่ลูกมาพูดคุยสอบถาม เรื่องติดต่อเรือนั่งท่องเที่ยวชมแม่น้ำโขง ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 จากนั้นได้ลงไปนั่งเล่นตรงบันไดริมฝั่งแม่น้ำโขง และได้พูดคุยสอบถามขอซื้อปลาไหล จำนวน 1 ถุง เป็นเงิน 100 บาท สอบถามทราบว่า เดินทางมาจาก จ.สกลนคร เพื่อพาลูกสาวมาทำบุญ ก่อนที่จะนำปลาไปปล่อย และนำถังน้ำกลับมาส่งคืน

Advertisement

ก่อนลงไปนั่งเล่นอีกรอบยังสอบถามย้ำไปมาว่า ระดับน้ำลึกแค่ไหน ตนยังได้พลั้งปากพูดไปว่า ลึกมากถ้าตกลงไปคือเตรียมลอยอังคารเลย จากนั้นห่างกันไม่นานได้ให้ลูกสาวขึ้นมาซื้อน้ำดื่ม 1 ขวด ลงไปอีกรอบ ซึ่งตนยังมองเห็นในระยะสายตา จากนั้นผู้ตายยังได้ตะโกนเรียกบอกว่าขอลงไปนั่งเล่นบนเรือริมฝั่งโขง ตนจึงได้บอกว่าให้ระวังด้วยนะน้ำลึกกลัวพลัดตก ผู้ตายจึงได้บอกอีกว่า ถ้าตนจะกลับให้เรียกด้วย เพราะเป็นเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดิน สุดท้ายตนแปลกใจถึงเวลาตนจะกลับ เป็นเวลาประมาณชั่วโมงกว่า ยังไม่ขึ้นมา และใกล้มืดแล้ว จึงตะโกนเรียกหลายครั้ง ไม่ตอบ เดินลงไปดู ไม่พบแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พบเพียงกุญแจรถ รองเท้า กระเป๋า เงินในเรือ ตกใจมาก คิดว่าตกน้ำโขงสูญหายแล้ว

พ่อค้ากล่าวอีกว่า สันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุพลัดตก คงเป็นเรื่องยาก เพราะตนสังเกตพฤติกรรมก่อนที่จะเกิดเหตุ พบพิรุธหลายอย่างในการพูดคุย ผู้ตายชอบถามย้ำว่าน้ำลึกแค่ไหน อีกทั้งผิดปกติสีหน้าไม่ร่าเริงเศร้าหมอง เหมือนคนเครียด ถ้าพลัดตกต้องมีการตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ ตนได้ยินเสียงแน่นอน เพราะอยู่ห่างกันในระยะไม่ไกลมาก จากริมตลิ่ง เชื่อว่าคงไปนั่งชั่งใจอยู่นาน ก่อนที่จะตัดสินใจพาลูกกอดกันลงน้ำ แต่คงไม่ใช่ลักษณะกระโดด เพราะไม่มีเสียงดัง แต่คงใช้วิธีการกอดลูกสาวหย่อนตัวลงจากเรือ ก่อนที่จะจมน้ำสูญหาย แต่อย่างไรเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตน ส่วนสาเหตุแท้จริงขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งรู้สึกหดหู่ใจมาก