‘ปอ-โรเบิร์ต’ เผยถูก ตชด.สะกดรอยขณะธุดงค์ ยันไม่หนี ขอเวลาปฏิบัติอุทิศแตงโม

18.03.22 | 11:15 น.
ภาพจากไลฟ์ เรื่องเล่าเช้านี้

‘ปอ-โรเบิร์ต’ เผยถูก ตชด.สะกดรอยขณะธุดงค์ ยันไม่หนี ขอเวลาปฏิบัติอุทิศแตงโม พร้อมพูดความจริงทุกอย่างเมื่อหลักฐานชัด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มีนาคม สืบเนื่องจากที่นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต ได้เข้าบวชพราหมณ์ ที่ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยวานนี้ ได้เดินธุดงค์ครั้งแรก ก่อนจะลงจากเขากระโจมกลางดึก ซึ่งกำหนดการเดิมคือเวลา 05.00 น. ต่อมาหลวงพี่อุเทน และวัดท่าไม้ ได้เปิดเผยว่าจะมีการแถลงข่าวครั้งสำคัญในเวลา 09.30 น.ของวันนี้ หลวงพี่อุเทน พร้อมนายตนุภัทร และนายไพบูลย์ ได้ร่วมแถลงข่าวด้วยกัน โดยมีป้ายเขียนว่า “ขอร้องเรียน ไปถึง ผบ.ตร.ท่านสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อาตมาร้องขอความช่วยเหลือ และ พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด.” อยู่ด้านหน้า

หลวงพี่อุเทนกล่าวว่า วานนี้ได้ขึ้นไปธุดงค์บนเขา ซึ่งเมื่อไปถึงจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ไม่ให้พักค้างคืน เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนอันตราย และให้เราเดินลงมา โดยระหว่างทางก็ได้เจอกับรถคันหนึ่งที่ขับขึ้นไป และได้คุยกับเจ้าหน้าที่ปกติ ก่อนที่เราลงมาที่วัดจะเตรียมมุ่งหน้าไปเมืองกาญจนบุรีต่อ เมื่อนำรถวิ่งไปออกไป ก็ถูกสกัด เจอตำรวจเอาไฟมาส่องรถ ถูกให้หยุด และต้องกลับเข้ามาที่วัดใหม่ ซึ่งได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่า เจ้านายให้มาดู มีรถต้องสงสัย คือรถของคณะอาตมา

ภาพจากไลฟ์ เรื่องเล่าเช้านี้

ขณะที่ นายตนุภัทรกล่าวว่า ตอนที่ขับรถออกจากวัดเพื่อไปกาญจนบุรี ราวตี 2 ก็เจอกับผู้ชายที่ถือกล้อง ก็ยังสงสัยว่านักข่าวยังติดตามอยู่อีกหรือ ก็รู้สึกไม่ดี กระทั่งขับไปถึงก่อนสถานีตำรวจ เจอกับรถที่จอดขวางกลางถนน กันเราไว้ ก็ตกใจว่าทำไมถึงขั้นต้องปิดถนนแบบนี้ เมื่อกลับรถ ก็เจอกับมอเตอร์ไซค์ประกบคู่ให้จอด จึงได้ปรึกษาอาจารย์ เขาบอกว่าคงคิดว่าจะหนี แต่ก็ไม่มีอะไร ซึ่งตอนนั้นคิดว่าไม่ปลอดภัยสุดสุด จึงได้กลับมายังวัด โดยที่มีรถกระบะและรถเก๋งขับประกบมาเป็นระยะ เมื่อถามว่าตามมาทำไม เขาบอกว่า รถคุณต้องสงสัย ถามเขาว่า เป็นตำรวจหรอ มีหมายไหม เขาก็วิ่งถอยกลับขึ้นรถ ขับหนีไปด้วยกัน 2 คัน ก็งงว่าทำไมต้องหนี ทำไมต้องหนีประชาชน ถามว่าเขาเป็นใครก็ไม่บอก เขาพกปืนตลอด ตอนนั้นเวลาตี 2 ก็คิดว่าไม่ปลอดภัย จึงบอกให้มาคุยกันดีๆ ในวัด พอพระอาจารย์รู้ ก็ได้แจ้งความ มีตำรวจมาที่วัดต่อ

หลวงพี่อุเทนกล่าวต่อว่า เขาบอกว่านายเป็นคนสั่งมาให้มาดู ซึ่งอาตมาก็เป็นพระ แม่ชีก็เต็มรถ ทุกคนก็เป็นพยานได้ ว่านายสั่งมา ให้มาตามดู นี่คือสิ่งที่จะแถลงและฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ว่าให้ท่าน ผบ.ตร. และ ผบช.ตชด. ทราบเรื่องว่าลูกน้องในพื้นที่ทำแบบนี้กับวัด กับพระสงฆ์ และชีพราหมณ์ ว่าเอารถปิดถนนกั้น ทำได้หรอ ประชาชนเราทุกคนเสียภาษี เราก็ดูแลประชาชนพื้นที่เป็นอย่างดี

ภาพจากไลฟ์ เรื่องเล่าเช้านี้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกำหนดการเดินธุดงค์ที่ผ่านมา หลวงพี่อุเทนกล่าวว่า เราเดินขึ้นไปข้างบน ไปถึงตรงที่ทหารดูแล เขาก็บอกให้เรากลับ ไม่ให้พัก เราก็ขอแล้ว ทำเรื่องไปแล้ว แต่เขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องชายแดน และโควิด ซึ่งแต่ก่อนเราก็เดินกลางคืนอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็แจ้งไปตั้งแต่กลางวัน ซึ่งพอเดินเสร็จก็จะรีบไปปฏิบัติต่อที่กาญจนบุรี ซึ่งก็ยังจะไปอยู่ ตอนที่เดินขึ้นไป ยังสวนกับเจ้าหน้าที่ ตชด. ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตอนลงมายังเจออยู่ที่ด่าน ระหว่างเดินลงมา ยังสวดภาวนา สวดมนต์ลงมาเรื่อยๆ ไม่ได้มีปากเสียงกับใคร แต่ละคนไปเดิน ก็เดินจนขาแตก เดินจนเลือดออกเท้า บำเพ็ญเพียรแล้วก็ปฏิบัติต่อไป ให้ไปที่กาญจนบุรีซะ ตอนแรกจะเดินเลาะไป พระบอกอันตราย เพิ่งโดนระเบิดเฉียดหัวไป

Advertisement

ส่วนการจะให้พูดเรื่องแตงโมในตอนนี้นั้น หลวงพี่อุเทนกล่าวว่า ตอนนี้ยัง ต้องปิดวาจาก่อน เสร็จแล้วค่อยไปให้ปากคำกับตำรวจ ทั้ง 2 คนก็รับปากแล้ว ว่าเขาจะพูดแต่ความสัตย์จริง หลังจากสึกแล้ว จากนี้ก็จะให้ไปเข้ากรรมฐานที่กาญจนบุรีอีก 9 วัน เคร่งเหมือนอยู่ในถ้ำ เหตุการณ์เมื่อวานอาจจะตกใจแต่ไม่ให้เขาถอดใจ

ด้านโรเบิร์ตได้พูดถึงการเดินธุดงค์ว่า จริงๆ ก่อนขึ้นไปธุดงค์ ก็มีพี่ๆ นักข่าวอยู่ ก็ดีใจที่ได้เดินขึ้นไปบนเขา แต่ไม่สามารถปักกลด แต่ก็ได้เดินลงมาด้วยเท้าตัวเอง ก็ยังพูดกับอาจารย์ว่าดีใจ อย่างน้อยที่สุดได้บำเพ็ญเพียร ฝึกความอดทน พระอาจารย์บอกเราไม่พัก อาบน้ำเสร็จไปกาญจนบุรีต่อเลย

เมื่อขอให้ฝากถึงตำรวจนั้น โรเบิร์ตกล่าวว่า โดยส่วนตัว ขอไม่ฝากกับตำรวจโดยตรง แต่ฝากถึงกระบวนการยุติธรรม การสืบค้น ความเป็นจริง อยากให้ปฏิบัติต่อผมและปอ หรือคน 5 คนบนเรือ ให้เหมาะสมตามมาตรฐาน อย่าให้มันมาก หรือเกินกว่าส่วนที่ควรจะทำ ผมเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง

กับข้อสงสัยที่มีการนำมือถือพกไปด้วยนั้น โรเบิร์ตแจงว่า พกมือถือเพราะว่าไม่มีไฟฉาย แต่ไม่ได้มีการใช้ พร้อมกันนี้ยังได้โชว์ภาพของเท้าที่เดินธุดงค์เมื่อวาน ตามคำขอของนักข่าวด้วย

หลวงพี่อุเทนกล่าวต่อด้วยว่า เราบังคับจิตใจคนไม่ได้โยม เราก็บังคับไม่ได้ ก็แล้วแต่ลูกศิษย์ ก็ทำดีที่สุดแล้ว ไม่หวังสิ่งตอบแทน ทุกคนเป็นมนุษย์เท่ากันหมด ผิดถูกให้กฎหมายตัดสิน จะรวยจะจนก็คน ทุกข์มาก็ให้ที่ยืนคน เราไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์ คิดแค่เรื่องเมตตา ส่วนเรื่องคดีแตงโม บวชเสร็จก็ไปจัดการตัวเอง ไม่เกี่ยกับอาตมา ตอนนี้เขาละเว้นจากสิ่งมืดดำทั้งหลาย เขาจะกลับไม่กลับก็ไม่เกี่ยวกับอาตมา จริงๆ ก็ขอเวลาให้เขา ปฏิบัติขัดเกลาจิตใจ เท่านั้นเองโยม แต่เราไม่รู้ว่าที่ให้ตามเราแบบนี้

ภาพจากไลฟ์ เรื่องเล่าเช้านี้

นายตนุภัทรกล่าวถึงกระแสการนั่งสมาธิสร้างกระแส โดยว่า ต้องถามก่อน เราเป็นผู้ทรงศีล ไม่มีเหตุผลที่ต้องถ่ายภาพให้นักข่าว เพราะนักข่าวก็ไม่ได้มีคนขอเรา แต่ที่ทำมีเหตุผลเดียว เนื่องจากทางวัดไม่คล่องตัว นักข่าวก็เหนื่อย สุดท้ายไม่ได้ภาพ ทางผู้ปฏิบัติไม่มีความเป็นส่วนตัว จึงมีทีมงานเรา 1 ท่านเป็นส่วนกลางได้ ให้พี่ๆ นักข่าวไม่ต้องมาติดตาม และจะส่งรูปให้แน่นอน จึงได้ถ่ายรูปกลดที่เรานอนไปให้ ไปดูได้ ตอนนี้ก็ยังอยู่ ย้ำว่า “ทางเราไม่มีการเซตเพื่อถ่ายภาพ”

“วอนพี่นักข่าว เข้าใจว่าอยากรู้ว่าเราบวชจริงไหม เสร็จแล้วปฏิบัติจริงหรือเปล่า จากวันแรกจนวันนี้ ผมมั่นใจว่าผมและพี่โรเบิร์ต ได้ทำในสิ่งที่หลายครั้งไม่เคยทำ เช่น นอนกลด เดินธุดงค์ เราตั้งใจอยู่บนความลำบาก เพื่ออุทิศให้กับแตงโม ขอให้พี่นักข่าวเห็นใจชีวิตส่วนตัวที่ต้องการปฏิบัติ ขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะให้ทางวัดส่งเป็นระยะและการจะหนีข้ามพม่า ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

“9 วัน ขอศึกษาพระธรรมจากพระอาจารย์ เรื่องทางกฎหมาย เมื่อไหร่ที่ตำรวจแถลงปิดคดี ก็จะออกมาชี้แจงอีกมุม อยากให้พี่ๆ ฟังจากมุมของพวกผมด้วย หลักฐานจากติ๊กต็อก การคาดคะเนก็ดี ทำให้ผมและเพื่อนบนเรือ เป็นจำเลยสังคม ผมผ่านมาตั้งแต่วันที่ 24 ถึงปัจจุบัน ผมมีความทุกข์มาก ผมมีครอบครัว มีธุรกิจ ผมเสียหาย ธุรกิจ ครอบครัว เสียหาย ไม่เคยมีคนถามผมเลยว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร วอนขอเวลาให้ปฏิบัติ ถึงเวลาที่ข้อมูลตามนิติเวช หลักฐานข้อมูลชี้ชัด จะออกมาพูดความจริงทั้งหมด” นายตนุภัทรระบุ

ภาพจากไลฟ์ เรื่องเล่าเช้านี้