กองปราบร่วม ตร.ลับมะกันวางแผนล่อซื้อ จับกุมแก๊ง’ร.ต.’ปลอมเงินดอลลาร์ย่านสายไหม มูลค่า 8 ล้าน

18.10.16 | 13:36 น.

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ต.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ สว.กก.1บก.ป. ร.ต.อ.ฐิติวัสส์ แซมเขียว รอง สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.ท.ณรงเวทย์ จิวเดช รอง สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจลับสหรัฐอเมริกา กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา จับกุมเรืออากาศตรี บุญเชิด กฤษวงศ์ ทหารสังกัดกรมสื่อสารทหารอากาศ อายุ49 ปี ที่อยู่ 45/2/4 ซอยพหลโยธิน 54/1 แขวงสายไหม เขตสายไหม ,นายธนะกิจ ขาวเป็นใย อายุ 46 ปี ที่อยู่ 48/79 ซอยหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา, นายชัยณรงค์ ศรีโยธา อายุ 55 ปี ที่อยู่ 9/277 หมู่ 2 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และ น.ส.ชลมาศ อุสุภานนท์ อายุ 35 ปี ที่อยู่ 34 ซอยวชิรธรรมสาธิต 76 แขวงบางจาก เขตพระโขนง


พร้อมธนบัตรดอลลาร์ปลอมชนิด 100 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 2,100 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 8 ล้านบาท ห่อหุ้มด้วยกระดาษสีน้ำตาลอยู่ภายในถุงพลาสติกสีขาว, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .38 ซูปเปอร์ ทะเบียน กท-2304085 จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 ซูปเปอร์ จำนวน 17 นัด,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง, สมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ จำนวน 8 เล่ม,เช็คเงินสดธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1 ฉบับ, รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน กฐ 1075 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โดยจับกุมได้ที่ร้านแม็คโดนัล บิ๊กซีสาขาสายไหม ถนนสุขาภิบาล 5 แขวง-เขตสายไหม กทม.

3
ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวนได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลับสหรัฐอเมริกาว่ามีการตรวจพบธนบัตรดอลลาร์ปลอมแพร่กระจายจำนวนมาก จากการตรวจสอบโดยละเอียดเชื่อว่าขบวนการปลอมแปลงและค้าน่าจะอยู่ในประเทศไทย ชุดสืบสวนลงพื้นที่จนพบว่า มีขบวนการลักลอบค้าธนบัตรดอลลาร์ปลอมอยู่ในย่านสายไหม กรุงเทพฯ จากนั้นจึงวางแผนเจรจาสั่งซื้อเงินดอลลาร์ปลอม โดยตกลงซื้อขายธนบัตรดอลลาร์ปลอมฉบับละ 100 ดอลลาร์ ในราคาฉบับละ 1,300 บาท (หากเป็นเงินจริง จะมีราคาค่าเงินจริงประมาณ 3,500บาท) สั่งซื้อจำนวน 7,000 ฉบับ ก่อนที่วันที่ 15 ตุลาคม เวลาประมาณ 18.00 น. จะนัดหมายตรวจธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ร้านแม็คโดนัล บิ๊กซีสาขาสายไหม ถนนสุขาภิบาล 5 แขวง-เขตสายไหม กทม.

2.
เมื่อถึงเวลานัดหมายได้มีนายธนะกิจ หรือเล็ก (ผู้ต้องหาที่ 2) มาพร้อมกับนายบรรจง (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) เพื่อขอตรวจสอบเงินที่จะใช้ล่อซื้อจากเจ้าหน้าที่อำพราง ก่อนจะแจ้งให้รอที่จุดนัดหมาย และนายธนะกิจจะกลับไปนำเงินดอลลาร์ปลอมมาให้ตรวจสอบ โดยจะนำมาเพียง 2,100 ฉบับ เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีของจริงเท่านั้น ซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกชุดจอดรถซุ่มดูการซื้อขายอยู่ตลอด กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เรืออากาศตรีบุญเชิด (ผู้ต้องหาที่ 1) ได้เดินทางเข้ามาบริเวณลานจอดรถของบิ๊กซีสาขาสายไหม พร้อมกับนายชัยณรงค์ หรือแอ๊ด (ผู้ต้องหาที่ 3) โดยรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า (ของกลาง) และทำหน้าที่คุ้มกันเงินดอลลาห์ปลอม จากนั้นนายธนะกิจกลับมาอีกครั้งพร้อมกับ น.ส.ชลมาศ (ผู้ต้องหาที่ 4)โดย น.ส.ชลมาศเป็นผู้ถือถุงธนบัตรดอลลาร์ปลอมมาให้เจ้าหน้าที่อำพรางและเมื่อตรวจสอบแล้วเป็นเงินดอลลาร์ปลอมตามที่สั่งซื้อจริง ชุดจับกุมจึงเข้าแสดงตัว พร้อมจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ขณะที่นายบรรจงอาศัยจังหวะชุลมุนลักลอบหนีไปได้ ตรวจสอบพบธนบัตรดอลลาร์ปลอมจำนวน 2,100 ฉบับซุกซ่อนอยู่ภายในซองกระดาษสีน้ำตาลบรรจุในถุงพลาสติกที่ส่งมอบในการซื้อขาย และตรวจค้นรถคันที่เรืออากาศตรีบุญเชิด ขับมาพบปืนและเครื่องกระสุนอยู่ภายใน จึงยึดไว้ตรวจสอบ

Advertisement

จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยจะสั่งซื้อเงินปลอมจากนายหน้าทั้งคนไทย และคนลาว และสั่งมาจากฝั่งประเทศลาวผ่านมาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เพราะจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มดังกล่าวน่าจะสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตเงินปลอมได้โดยไม่ต้องผ่านนายหน้าตามที่กล่าวอ้าง เชื่อว่าเงินปลอมดังกล่าวน่าจะเเพร่ระบาดแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอีกด้วย อย่างไรก็ดีจากการสืบสวนเชิงลึกยังพบอีกว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเชื่อมโยงกับขบวนการปลอมแบงก์ดอลลาห์ที่เพิ่งถูกตำรวจ กก.2 บก.ป.จับกุมที่ห้องแถวเลขที่ 18/305 ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล

เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง4 รายว่า “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศ อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง โดยการกระทำเกี่ยวกับเงินตรา ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ หรือให้อำนาจออกใช้” ขณะที่เรืออากาศตรี บุญเชิด แจ้งข้อหา “พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” เพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป