รวบแท็กซี่วัย 70 หึงโหด ใช้ค้อนทุบหัวแฟน ก่อนใช้ผ้าห่มห่อศพจ้างสามล้อขนไปทิ้ง
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักไม่มีชื่อ ถนนรองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน, แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น แบ่งเป็นห้องพักให้เช่า บริเวณห้องพักชั้น 2 ภายในห้องพักพบร่างผู้เสียชีวิตถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนอย่างมิดชิด เจ้าหน้าที่จึงเปิดออกพบศพหญิงสาวนอนเปลือยกาย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.เกศสุดา (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี มีบาดแผลบริเวณใบหน้าถูกตีด้วยของแข็ง เขียวเป็นจ้ำฟกช้ำ และมีเลือดไหล ถัดไปจากร่างพบค้อน ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายผู้ตายตกอยู่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายเชย ดัชถุยาวัตร อายุ 70 ปี อาชีพคนขับรถแท็กซี่ อยู่ในจุดเกิดเหตุ จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน

นายจรูญ จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 56 ปี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีแม่ค้าที่รู้จักกันโทรมาหาตน บอกว่าห้องนายเชยมีคนเสียชีวิต ตนจึงไปดู พบร่างคนถูกห่อด้วยผ้าห่มผ้าปูที่นอน จึงพยายามสะกิดดู เมื่อไม่ขยับตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ เพราะกลัวว่าจะมีเหตุ

ด้าน น.ส.ดารุณี คนหาร อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ ร้องไห้จนเป็นลม อาสาสมัครร่วมกตัญญูต้องช่วยกันปฐมพยาบาล กล่าวว่า ตนแยกกันอยู่กับลูกสาว ซึ่งตัวลูกสาวเองมักย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ไม่เป็นหลักแหล่ง โดยล่าสุดที่เจอกับลูกสาวคือเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ลูกสาวได้เดินทางไปหาโดยเดินทางไปพร้อมกับผู้ก่อเหตุ
สำหรับนายเชยนั้นคบหากับลูกสาวได้สักพักหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้เคยมาบอกว่าอยากจะผูกข้อมือแต่งงาน นอกจากนี้ยังเคยมาบอกให้ช่วยตามลูกสาวกลับมา หลังจากที่ลูกสาวไปติดพันคนอื่น ก็ไม่คิดว่านายเชยจะมาก่อเหตุเช่นนี้กับลูกสาวตน
จากการสอบสวน นายเชยให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้ตายมาสักระยะหนึ่ง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามีปากเสียงกับผู้ตาย ก่อนบันดาลโทสะใช้ค้อนที่อยู่ภายในห้องตีที่ศีรษะผู้ตายจนเสียชีวิต และห่อด้วยผ้าห่มมัดอย่างมิดชิด จากนั้นจึงลงไปจ้างรถตุ๊กตุ๊กมาช่วยขนศพออกไปเพื่ออำพราง โดยอ้างว่าเป็นพระพุทธรูป แต่คนขับรถตุ๊กตุ๊กไม่หลงเชื่อ และคิดว่าไม่น่าจะใช่พระพุทธรูป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุมาจากความหึงหวง อย่างไรก็ตาม จะสอบปากคำนายเชยอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


