กองปราบบุกสอบพยานวัดรัตนวราราม จ.ตราด วันนี้ สางคดีไฮโซยักยอกเงินวัด 90 ล้าน ผู้รับเหมาแฉ สมเด็จพระวันรัต อาพาธ “เนย” เขียนเช็คจ่ายค่าก่อสร้างอาคารเรียนเอง
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ความคืบหน้ากรณีการยักยอกเงินจากบัญชีของวัดบวรนิเวศวิหารและวัดสาขา หลังจาก สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารมรณภาพเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ไปใช้ส่วนตัวเป็นเงินกว่า 190 ล้านบาท ทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม จึงทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าผู้ที่กระทำการยักยอกเงินวัดไปนั้นคือ นายเนย ลูกศิษย์คนสนิทรายหนึ่ง หรือนายอภิรัตน์ ชยางกูร ณ อยุธยา ที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระวันรัต และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร ก่อนนำกำลังติดตามจับกุมตัว พร้อมกับตรวจยึดรถหรูจำนวน 9 คัน รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท และผู้ต้องหายังได้ทำลักษณะเดียวกันกับวัดสาขาในพื้นที่ จ.ตราด อีก 2 วัด คือวัดรัตนวราราม และวัดคิรีวิหาร เบื้องต้นพบเป็นเงินงบประมาณสร้างวัดรัตนวรารามกว่า 80 ล้านบาท และงบจัดสร้างโรงเรียนวัดคิรีวิหารอีกกว่า 10 ล้านบาท
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เมษายน รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายอภิรัตน์ พบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีธนาคารวัดเข้าบัญชีส่วนตัวหลายครั้ง ก่อนจะนำไปแปลงเป็นทรัพย์สินอื่นๆ จำพวกรถหรู และทรัพย์สินมีค่า โดยเฉพาะรถหรูของนายอภิรัตน์ที่ตรวจยึดได้ทั้ง 9 คันนั้น จากการตรวจสอบเอกสารการครอบครอง พบว่ามีชื่อของนายอภิรัตน์เป็นผู้ครอบครองเพียงไม่กี่คัน ส่วนใหญ่ชื่อผู้ครอบครองรถจะเป็นชื่อของบุคคลใกล้ชิด อาทิ ชายหนุ่มคนสนิท พ่อ แม่ และน้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดด้วยหรือไม่ หากพบว่าบุคคลเหล่านี้มีเจตนาในการช่วยเหลือยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบอาจมีการพิจารณาดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบบัญชีการเงินของวัดในช่วงปี 2564 ยังพบว่านายอภิรัตน์ได้นำบัญชีธนาคารของวัดจำนวนหลายบัญชีไปเบิกถอนออกมาเป็นเงินสดอยู่หลายครั้ง โดยไม่ทราบว่าเป็นการเบิกถอนเงินออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด
‘เจ้าอาวาสวัดคิรีวิหาร’ปัดเอี่ยว
ที่วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด พระโสภณธรรมธาดา (หัน คุณวตฺโต) เจ้าอาวาสวัดคิรีวิหาร ที่จำวัดอยู่และมีอาการโรคหัวใจ กล่าวว่า เรื่องการทุจริตเงินพัฒนาวัดคิรีวิหารและโรงเรียนคิรีวิหารนั้น ไม่ทราบเรื่องนี้ สมเด็จพระวันรัตเป็นผู้เกิดที่ ต.ชำราก และบวชเรียนที่วัด และได้ไปเรียนที่วัดบวรฯ และเมื่อเติบโตขึ้นและมีตำแหน่งทางสงฆ์จึงได้เดินทางมาพัฒนาวัดคิรีวิหารที่เคยได้บวชเเละเรียน มาดำเนินการเมื่อปี 2523 ด้วยการเดินทางมาและนำกฐินมาทอดอย่างต่อเนื่องทุกปี ได้มีการสร้างกุฏิและบูรณะวัด และได้มีการสร้างที่พักในบริเวณวัดใช้เป็นที่พักของสมเด็จพระวันรัตเมื่อเดินทางมาที่ จ.ตราด
“ส่วนเรื่องการนำเงินพัฒนาวัดและโรงเรียนนั้น อาตมาไม่ทราบเรื่องเงิน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเงินคนละส่วนและไม่มีกรรมการวัดรับรู้ทั้งสิ้น ส่วนจะมีมาดำเนินการนั้นไม่รู้ แต่สิ่งที่ดีงามคือ เป็นผู้ที่ไม่ทิ้งถิ่นไม่ทิ้งที่ และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ อาตมาเป็นเสมือนลูกพี่ลูกน้อง อายุเท่ากัน แต่มีพรรษามากกว่าเท่านั้น ส่วนสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนเป็นเพียงผู้จัดหาให้เท่านั้น” เจ้าอาวาสวัดคิรีวิหารกล่าว
เสี่ยโรงโม่รับเงินผ่านบัญชี134ล.
ขณะที่ นายสุรศักดิ์ อิงประสาร เจ้าของโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด และผู้บริจาคที่ดิน 30 ไร่เพื่อก่อสร้างวัดรัตนวราราม กล่าวว่า ได้รู้จักสมเด็จพระวันรัตเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา และเมื่อทราบว่าจะสร้างวัดจึงได้บริจาคที่ดินจำนวน 30 กว่าไร่ เพื่อก่อสร้างวัดที่เรียกว่า วัดรัตนวราราม กว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ต้องขออนุญาตจากสำนักพุทธ จ.ตราด เพื่อส่งไปยังส่วนกลาง เมื่อได้รับการอนุญาตแล้วได้ดำเนินการวางศิลาฤกษ์ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นประธาน หลังจากนั้น สมเด็จพระวันรัตได้มอบหมายให้คนชื่อเนย หรือนายอภิรัตน์และมงคล เข้ามาดูแลและโอนเงินเข้ามาในบัญชีของโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด การเบิกจ่ายต้องมี 3 คน ตนเป็น 1 ในนั้น แต่ไม่เคยไปเบิกจ่ายในธนาคาร เพราะจะมีผู้เบิกจ่ายแทน โดยเงินทั้งหมดที่ดำเนินการก่อสร้างมา 5-6 ปีนั้น ผ่านเข้าบัญชีจำนวน 134 ล้านบาท และล่าสุด ก่อนที่สมเด็จพระวันรัตจะมรณภาพนั้น ได้มีการโอนเงินมาให้ 19 ล้าน เพื่อดำเนินก่อสร้างในส่วนที่เหลืออีก 10%
ป.ลุยตราดตรวจ2วัด6เม.ย.
“ผมขอบอกเลยว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเบิกจ่ายเงินใดๆ และไม่มีส่วนร่วมการยักยอกเงินในครั้งนี้ เพราะว่าการเบิกเงินจะมีผู้รับรู้อยู่ 3 คน และการเบิกจ่ายจะใช้ 2 ใน 3 แต่ผมไม่เคยไปเบิกเลย แต่เมื่อมีค่าใช้จ่ายเท่าไรก็จะแจ้งไปแล้วนำมาจ่าย ทั้งในเรื่องค่าแรง ค่าวัสดุก่อสร้าง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ซึ่งเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาก เพราะคนใกล้ชิดเป็นผู้กระทำ ก่อนหน้านี้สมเด็จพระวันรัตได้เปรยมาขอให้เร่งสร้างให้เสร็จก่อนที่จะไม่ได้เห็นวัด ก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ก็ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเจตจำนงของสมเด็จพระวันรัตให้ได้” นายสุรศักดิ์กล่าว และว่า วันที่ 6 เมษายนนี้ ได้รับการประสานผู้บังคับการกองปราบปราม จะเดินทางมาพบที่โรงโม่หินเพชรสยามศิลาตราด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมที่จะให้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดและมีหลักฐานที่จะให้ทางตำรวจกองปราบได้รับรู้ด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 6 เมษายน เวลาประมาณ 09.00 น. ทีมคณะพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จะนำกำลังลงพื้นที่ วัดรัตนวราราม จ.ตราด อีกครั้ง เพื่อสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีโดยเฉพาะเจ้าอาวาสวัด และพระลูกวัด รวมถึงเจ้าของโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด ซึ่งเป็นผู้ทำบัญชีของวัด เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดบัญชีการเงินของวัด หลังมีการตรวจสอบพบเพิ่มเติมว่า นายอภิรัตน์ได้มีการทุจริตยักยอกเงินวัดสาขาในพื้นที่ จ.ตราด อีก 2 วัด อาทิ วัดรัตนวรารามและวัดคิรีวิหาร ซึ่งเป็นงบจัดสร้างวัดรัตนวราราม 80 กว่าล้านบาท และงบจัดสร้างโรงเรียนวัดคิรีวิหาร อีกกว่า 10 ล้านบาท
ผอ.ยันเงินไม่ผ่านบัญชีร.ร.
ขณะ น.ส.ธิดา เมฆวะทัต ผู้อำนวยการโรงเรียนคิรีวิหาร (สมเด็จพระวันรัตอุปถัมภ์) กล่าวว่า ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากเข้ามาอยู่โรงเรียนคีรีเวส (รัตนเพียรอุปถัมภ์) และได้มีการรวมโรงเรียนคิรีวิหารและโรงเรียนวัดคีรีเวสเข้าด้วยกัน หลังจากสมเด็จพระวันรัตมีดำริที่จะก่อสร้างโรงเรียนให้เพื่อยกระดับพัฒนาโรงเรียนให้มีมาตรฐานการเรียนการสอนที่เท่าเทียมกับโรงเรียนในตัวจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานของ ต.ชำราก ไม่ต้องเดินทางไปเรียนไกลบ้าน อาคารที่มีการก่อสร้างทุกอาคารได้รับงบประมาณจากสมเด็จพระวันรัตทั้งหมด และเงินก่อสร้างไม่ผ่านบัญชีของโรงเรียนแต่ประการใด โดยจะมีคนใกล้ชิดเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ส่วนที่เคยขอไปคือ อาคารเรียนอนุบาลและโรงอาหาร สมเด็จพระวันรัตได้ดำเนินการก่อสร้างให้และใกล้จะเสร็จแล้ว ก่อนที่สมเด็จพระวันรัตจะเสียชีวิตนั้น ได้กล่าวให้ความมั่นใจว่า อาคารทั้งหมดจะมีงบประมาณก่อสร้างทั้งหมดและเสร็จตามวัตถุประสงค์เพราะได้มีการเตรียมงบประมาณไว้หมดแล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องนี้
ชี้‘เนย’ดูแลก่อสร้างหลังสมเด็จป่วย
ผู้คุมงานก่อสร้างรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) ที่กำลังคุมแรงงานก่อสร้างโรงอาหาร-โรงยิม โรงเรียนวัดคิรีวิหาร กล่าวว่า เป็นลูกศิษย์สมเด็จพระวันรัต โดยอาคารโรงเรียนวัดคิรีวิหารทั้งหมด เป็นผู้คุมงานแรงงานก่อสร้างทุกหลัง และจะมีลูกศิษย์อีกคนเข้ามาตรวจงานอีกรอบ ส่วนเรื่องงบประมาณในการก่อสร้างอาคารไม่รู้ยอดเงิน โดยสมเด็จพระวันรัตจะเบิกเงินมาจ่ายให้เองในแต่ละงวด จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการทุจริต แต่เมื่อสมเด็จพระวันรัตเข้ารักษาอาการอาพาธโรคมะเร็งถุงน้ำดี เมื่อเดือนธันวาคม 2564 พบพฤติกรรมที่นายเนย หรือนายอภิรัตน์ เขียนเช็คออกมาเพื่อนำเงินไปจ่ายตามโครงการก่อสร้างต่างๆ แต่ไม่ยอมนำไปให้ เป็นลักษณะที่เก็บเช็คเอาไว้เอง

