คุก28ปี 2 โจ๋พัทลุง ฆ่าฝังดินตาย-ทำร้ายสาหัส ศาลชี้อุกฉกรรจ์สมคบคิด นกต่อคุก4เดือน รอลงอาญา3ปี

20.10.16 | 20:46 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายสืบพงษ์ ศรีวงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุงอ่านคำพิพากษาคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในคดีอาญาหมายเลขดำ 89/2559 และ 106/2559 ที่พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง กับนางสาว ด. และนางสาว อ. เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นาย ว. นาย จ. และ นางสาว ศ. เป็นจำเลยที่ 1-3 ข้อเท็จจริง สรุปได้ว่า นางสาว ศ. จำเลยที่ 3 เคยคบหากับ นาย ภ. ผู้เสียชีวิตในฐานะคนรัก แล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม เวลา 04.00 น. นางสาว ศ. จำเลยที่ 3 นัดให้ผู้เสียชีวิตมาพบแล้ว นาย ว.กับ นาย จ. จำเลยที่ 1-2 ร่วมกับพวกรุมทำร้ายผู้เสียชีวิต โดยบังคับให้ผู้เสียชีวิตโทรศัพท์หานางสาว ด. โจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อแจ้งให้นางสาว อ. โจทก์ร่วมที่ 2 ออกมาพบ จากนั้น นาย ว.จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนขู่บังคับผู้เสียชีวิตและนางสาว อ. โจทก์ร่วมที่ 2 ไปยังกระท่อมนา แล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมที่ 2 ขณะนั้นตั้งครรภ์อยู่ด้วย และบังคับให้ผู้เสียชีวิตกับโจทก์ร่วมที่ 2 ไปนั่งที่ปากหลุม แล้วพวกของนาย ว. จำเลยที่ 1 ใช้ปืนพกยิงศีรษะผู้เสียชีวิตกระทั่งพลัดตกลงไปในหลุมก่อนถูกแทงซ้ำด้วยมีดที่ใต้ราวนม จากนั้นบังคับให้นางสาว อ. โจทก์ร่วมที่ 2 ลงไปในหลุม แต่โจทก์ร่วมได้ร้องขอชีวิต ระหว่างนั้น นาย จ.จำเลยที่ 2 ใช้ปืนยิงผู้เสียชีวิตซ้ำอีกนัด ก่อนที่จำเลยที่ 1-2 กับพวกจะช่วยกันกลบหลุมฝังศพผู้เสียชีวิตและอำพรางด้วยกิ่งไม้ ส่วนนางสาว อ. โจทก์ร่วมที่ 2 นั้น นาย จ.จำเลยที่ 2 พาไปพักอาศัยอยู่ที่บ้าน กระทั่งวันที่ 30 มกราคม นาย ว.กับ นาย จ.จำเลยที่ 1-2 ได้พานางสาว อ.โจทก์ร่วมที่ 2 นั่งรถกระบะไปตามถนนเพชรเกษม จนถึงทางระหว่างจังหวัดพัทลุง-ตรัง จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันตีและใช้มีดแทงโจทก์ร่วมที่ 2 หลายครั้ง แล้วโยนลงไปข้างทางมีลักษณะเป็นหุบเขาสูงชันก่อนจำเลยที่ 1-2 จะพากันหลบหนีไป ต่อมามีพลเมืองดีผ่านมาพบแล้วให้ความช่วยเหลือพาโจทก์ร่วมที่ 2 ส่งโรงพยาบาล


นายสืบพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากสืบพยานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามแล้ว ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง จึงมีคำพิพากษาว่า นาย ว. และนาย จ.จำเลยที่ 1-2 มีความผิด ฐานร่วมกัน ลอบฝัง ซ่อนเร้นทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 , ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้อาวุธหรือร่วมกันทำผิดอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง มาตรา 276 วรรคสาม , ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและเพื่อปกปิดความผิดของตน มาตรา 289(4)(7) , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำหรือจำยอมโดยการทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายโดยมีอาวุธฯ มาตรา 309 วรรคสอง , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ มาตรา 310 วรรคแรก , พาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร มาตรา 371 และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 , 72 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกระทงความผิด ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุเกินกว่า 15 ปีแต่ยังไม่ถึง 18 ปีจึงต้องลดส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามกฎหมาย

จึงให้จำคุก นาย ว.และ นาย จ.จำเลยที่ 1-2 คนละ 25 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,จำคุกคนละ 16 ปี 8เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดของตนฯ, จำคุกคนละ 10 ปี ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง , จำคุกคนละ 1 ปีฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธฯ , จำคุกคนละ 1 ปีฐานร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป , จำคุกคนละ 1 ปีฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น , จำคุกคนละ 6 เดือนฐานร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้นทำลายศพ , ให้ปรับคนละ 500 บาท ฐานร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร,จำคุกคนละ 6 เดือนฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ

ส่วนนางสาว ศ.จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำหรือจำยอมโดยการทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายโดยมีอาวุธฯ มาตรา 309 วรรคสอง , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ มาตรา 310 วรรคแรก ให้จำคุก 8 เดือนและปรับ 3,000 บาทฐานสนับสนุนให้ร่วมกัน ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธและร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

Advertisement

นายสืบพงษ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี จึงเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง โดยจำคุก นาย ว.และ นาย จ.จำเลยที่ 1 – 2 คนละ 28 ปี และปรับคนละ 250 บาท ส่วนนางสาว ศ.จำเลยที่ 3 ให้จำคุก 4 เดือน และปรับเป็นเงิน 1,500 บาท ขณะที่ศาล พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบรายงานแสดงข้อเท็จจริงของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงแล้ว เห็นว่า นาย ว. กับ นาย จ.จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดหลายข้อหาในลักษณะอุกฉกรรจ์ เป็นการวางแผนคบคิดไว้ล่วงหน้า ผลการกระทำนอกจากทำให้เสียชีวิต และนางสาว อ. โจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัสแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับนิสัยและความประพฤติโดยทั่วไปของจำเลยที่ 1-2 มีข้อเสียหายหลายด้าน โดยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมและใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ อีกทั้งผู้ปกครอง ไม่ได้อบรมดูแลอย่างเข้มงวดทำให้มีความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำผิดซ้ำได้อีก การใช้วิธีสำหรับเด็กและเยาวชนจึงไม่เหมาะสม

ดังนั้นศาลเห็นสมควรให้ลงโทษจำคุกและปรับ นาย ว.กับ นาย จ.จำเลยที่ 1-2 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่่ยงอย่างแก่เยาวชนรายอื่นในอนาคต หากจำเลยที่ 1-2 ไม่ชำระค่าปรับก็ให้ส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรม ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา มีกำหนด 1 วัน สำหรับนางสาว ศ.จำเลยที่ 3 เห็นว่าแม้นิสัยและความประพฤติจะมีข้อเสียหายอยู่บ้าง แต่ผู้ปกครองยังคงรักใคร่ห่วงใยและประสงค์จะรับตัวกลับไปดูแลเอง ดังนั้นเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยที่ 3 จึงเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โดยโทษจำคุกนั้น ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้คุมประพฤติมีกำหนด 2 ปี พร้อมให้กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติไว้ด้วย หากจำเลยที่ 3ไม่ชำระค่าปรับก็ให้ส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรม ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา มีกำหนด 3 วัน และให้ริบของกลาง

นายสืบพงษ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้แม้อัตราโทษสูงสุด ตามมาตรา 289 จะบัญญัติให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวก็ตามแต่เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 18 วรรค 2 บัญญัติว่า โทษประหารชีวิตและโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ให้นำมาใช้บังคับกับผู้ที่ทำผิดขณะมีอายุต่ำกว่า 18 ปี และบทบัญญัติวรรคสาม ระบุว่า กรณีผู้กระทำผิดมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ทำผิดซึ่งมีระวางโทษประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นระวางโทษนั้นเป็นจำคุก 50 ปี คดีนี้ขณะกระทำความผิดจำเลยทั้งสาม มีอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี จึงได้ลดม��าตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ดังนั้นจึงนับว่าคดีนี้ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยสูงสุดตามบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเยาวชนแล้ว คดีนี้เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาร่วมที่อายุเกินกว่า 18 ปีอีก 4 รายโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่