จับยาเค 360 กก.มูลค่า 108 ล้านบาท พร้อมรวบพนักงานห้างวิ่งราวทรัพย์ 

21.04.22 | 15:40 น.

จับยาเค 360 กก.มูลค่า 108 ล้านบาท พร้อมรวบพนักงานห้างวิ่งราวทรัพย์

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. แถลงข่าว พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 จับกุม นายอภิสิทธิ์ สติมั่น อายุ 25 ปี นายอัจฉระ หรือโอ ชาญชำนิ อายุ 25 ปี นายวีรพงษ์ วุฒิยา อายุ 25 ปี นายเอกรินทร์ นามบ้านค้อ อายุ 25 ปี และนายสมชาย หรือโต้ง เรืองคำ อายุ 25 ปี ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเคตามีนหนัก 360 กก. มูลค่า 108,000,000 บาท รถกระบะคอกสูง อีซูซุ สีเทา ทะเบียน ยธ 6961 นครราชสีมา และรถกระบะโตโยต้า สีขาวทะเบียน ยง 8368 เชียงใหม่


พล.ต.ท.สำราญเปิดเผยว่า กรณีขยายผลมาจากคดี 5 ต.ค.64 ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่า นายอัจฉระ หรือโอ ชาญชำนิ กับพวก รับจ้างขนยาเสพติดจากแนวชายแดน จ.เชียงรายเข้า กทม. กระทั่งวันที่ 19 เม.ย. ได้เบาะแสว่าแก๊งรับจ้างขนยาเสพติดใช้รถกระบะคอกสูงยี่ห้ออีซูซุขนยาเสพติดและมีรถกระบะโตโยต้าคอยตามประกบดูต้นทาง ชุดสืบสวนสะกดรอยตามรถทั้ง 2 คัน ตั้งแต่ จ.เชียงใหม่ เวลา 20.45 น. วันที่ 20 เม.ย. รถกระบะคอกสูงขับเข้ามาจอที่ปั๊ม ปตท.โกตี๋ ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร จึงได้แสดงตนเข้าจับกุมพบนายอภิสิทธิ์ สติมั่น อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่ ตรวจสอบกระบะพบเคตามีนดังกล่าวโดยมีสับปะรดปิดทับไว้ จากการสอบสวนให้การว่ารับจ้างจากนายสมชาย หรือโต้ง เรืองคำ ขนยาเสพติดเป็นเงิน 2 แสนบาท นายสมชายอยู่ในรถกระบะอีกคันติดต่อกันทางไลน์ จึงได้วางกำลังจับกุมดี่ด่านตรวจทรงธรรม ต.ทรงธรรม อ.เมืองกำแพงเพชร ก่อนถึงปั๊ม ปตท.โกตี๋ 7 กม. พร้อมจับกุมนายสมชายและพวก โดยจะขนยาเสพติดไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา

จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ สติมั่น รับจ้างขนยาเสพติด มาจากชายแดน จ.เชียงใหม่มาส่งที่กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบพบข้อมูลโทรศัพท์นายสมชาย เป็นอดีตทหารเกณฑ์ มีข้อความพูดคุยไลน์กับนายอภิสิทธิ์ นัดแนะเส้นทางกันโดยตลอด นายอัจฉระให้การรับสารภาพ เป็นเจ้าของรถกระบะคอกสูง และเป็นผู้ชักชวนผู้ต้องหาทั้งหมดมาร่วมกันขนยาเสพติดแบ่งหน้าที่กันทำโดยซื้อสับปะรด 3 ตัน ก่อนปาดด้านบนกระบะซุกซ่อนยาเสพติดไว้ด้านบน ส่วนกลุ่มมีผลิตยาเสพติดบริเวณ จ.เชียงใหม่และ จ.เชียงราย นำตัวส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนอีกคดี พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.วสุ เชื่อพุทธ ผกก.สน.บางชัน แถลงข่าวจับกุมนายกานต์ ขาวโชติ อายุ 24 ปี ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลางแหวนทองรูปพรรณ น้ำหนักครึ่งสลึง 2 วง เอกสารบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (SCB E-Passbook) ชื่อบัญชี นายกานต์ ขาวโชติ จำนวน 1 เล่ม บัตรรับฝากทองของห้างทองหลีกิมเส็ง เลขที่ 3073 จำนวน 1 ฉบับ และเสื้อผ้าสวมใส่วันก่อเหตุ

Advertisement

สืบเนื่องจากวันที่ 20 เม.ย. เวลา 12.25 น. นายกานต์ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองออโรร่า สาขาบิ๊กซี แฟชั่นไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา แขวงและเขตคันนายาว กทม. ได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 2 เส้น แล้ววิ่งหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ไป ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทราบว่า นายกานต์เป็นผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 105 หอพักบ้านดาราทร เลขที่ 52 ซอยพหลโยธิน 55 แยก 6 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ฝ่ายสืบสวนตามจับได้ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

จากการสอบสวนนายกานต์ให้การรับสารภาพ ปกติทำงานเป็นพนักงานบิ๊กซีสาขาสะพานใหม่ ตอนแรกจะไปยืมเงินเพื่อนก่อน แต่จู่ก็ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้สินประมาณ 40,000 บาท ของตนและนำเงินส่งให้ลูกที่อยู่ต่างจังหวัด เคยทำงานอยู่ที่ห้างบิ๊กซี สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์มาก่อน ตนเอาสร้อยที่วิ่งราว 1 เส้นไปขายฝาก ส่วนอีกหนึ่งขายที่ร้านทองย่านรามอินทรา กม.5 ได้เงินก็ซื้อแหวนครึ่งสลึง 2 วง นำตัวส่ง สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย