แม่วัย 19 ร้อง “ปวีณา” ลูกสาว 2 ขวบอยู่กับยาย ถูกตาเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ
สืบเนื่องจากวันที่ 18 เม.ย.65 น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนเองเลิกรากับสามีซึ่งมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น้องอิง (นามสมมุติ) วัย 2 ขวบ ที่ผ่านมาตนได้ฝากลูกไว้ให้ยาย วัย 45 ปี กับตาเลี้ยง วัย 49 ปี ช่วยดูแลอยู่ที่บ้านเกิดใน อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ส่วนตนก็มาทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ
กระทั่งวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ยายโทรมาบอกว่า หลานถูกตาเลี้ยงพาไปอาบน้ำและล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งน้องอิงร้องไห้จ้าบอกว่าเจ็บแสบที่อวัยวะเพศ จากนั้นยายก็รีบพาหลานไปให้แพทย์ตรวจร่างกายพบว่าอวัยวะเพศมีหนองและบวมช้ำ ยายจึงได้รีบไปแจ้งความที่ สภ.คำตากล้า และเมื่อกลับมาบ้านก็พบว่าตาเลี้ยงหลบหนีไปแล้ว
วันที่ 16 เม.ย. ตนจึงรีบเดินทางมาหาลูกที่ จ.สกลนคร ด้วยความเป็นห่วง โดยปรึกษากับยายเด็กเกรงว่าตาเลี้ยงจะย้อนกลับมาทำร้ายและครอบครัวจะต้องอยู่อย่างหวาดผวา จึงตัดสินใจร้องทุกข์มูลนิธิปวีณา ขอช่วยติดตามคดี ซึ่งตนยืนยันจะเอาเรื่องตาเลี้ยงให้ถึงที่สุด
หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.วีระโรจน์ กรวยสวัสดิ์ ผกก.สภ.คำตากล้า ให้ น.ส.เอ๋ พาลูกสาวพร้อมยายเด็กไปพบ ผกก. ที่ สภ.คำตากล้า เพื่อเร่งติดตามคดีทันที และนางปวีณาได้ประสาน นางวารุณี ศุภนิมิตตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสกลนคร เข้าให้การช่วยเหลือครอบครัวน้องอิง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบปากคำเด็กต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ และมีพยานเป็นแม่กับยายของเด็ก และสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรวบรวมผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลไปขออำนาจศาลออกหมายจับตาเลี้ยง วันที่ 21 เม.ย.65 ในข้อหาอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าตาเลี้ยงได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทาง สภ.คำตากล้า จึงได้ประสานตำรวจกองปราบปรามนำหมายจับเข้าจับกุมตัวได้ในวันที่ 26 เม.ย.65 ก่อนจะส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.คำตากล้า จ.สกลนคร วันที่ 27 เม.ย. และพนักงานสอบสวนจะได้คุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสกลนครในวันที่ 28 เม.ย.นี้
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอขอบคุณ พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ ผบก.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.วีระโรจน์ กรวยสวัสดิ์ ผกก.สภ.คำตากล้า ตำรวจกองปราบปราม ที่ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ติดตามความเป็นอยู่ของเด็กน้อยให้มีสุขภาพจิตดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

