เลขาฯรมว.ยุติธรรม รับเรื่องอัจฉริยะ ร้องยธ.-ดีเอสไอ รับคดีแตงโม ให้เป็นคดีพิเศษ

29.04.22 | 18:05 น.

เลขาฯ รมว.ยุติธรรม รับเรื่องอัจฉริยะ ร้อง ยธ.-ดีเอสไอ รับคดีแตงโม ให้เป็นคดีพิเศษ

เลขาฯ รมว.ยุติธรรม รับเรื่องอัจฉริยะ ร้องกระทรวงยุติธรรม-ดีเอสไอ เปลี่ยนคดีแตงโม นิดา ให้เป็นคดีพิเศษ หลังพบหลักฐานใหม่ส่อเป็นฆาตกรรมอำพราง ยันรื้อคดีใหม่ได้มีอายุความ 20 ปี หากพบเป็นการฆาตกรรมจริง


เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 ที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณีต้องการให้กล่าวโทษคำเนินคดีอาญากับ นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน พร้อมพวกในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมอำพราง น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม หลังจากได้พบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าคดีของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม มีผู้ทำให้ตายโดยส่อเป็นฆาตกรรมอำพราง ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้อย่างมีพิรุธ ไม่เป็นไปตาม ป.วิญามาตรา131 และ 132 และระเบียบเกี่ยวกับคดีว่าด้วยการเก็บรักษาของกลางในคดี และบาดแผล

นอกจากนี้ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือวางแผนตามมาตรา 184 จึงทำให้คดีนี้มีความสลับซับซ้อน และมีการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้รับโทษน้อยลง จึงขอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคคีพิเศษ มาตรา 21 ก-จ พร้อมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิเศษอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อ น.ส.ภัทรธิดา หรือแตงโม

Advertisement

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤตเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาก่อนจะมีการปิดคดีของตำรวจ คณะทำงานของรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนหาข้อมูลคู่ขนานแยกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 มาโดยตลอด โดยอายุความของคดีมีเวลาถึง 20 ปี และหากพบว่ามีความผิดปกติในคดีเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ตำรวจได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น ผู้ร้องมีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งอาจนำไปสู่การฆาตกรรมสามารถรื้อคดีขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งได้เช่นกัน โดยดีเอสไอจะตั้งคณะกรรมการเพื่อเปลี่ยนเป็นคดีพิเศษทันที โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะนำหลักฐานใหม่ที่ผู้ร้องนำมาให้ไปตรวจสอบให้ละเอียดต่อไป

ด้าน นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์ คือฆาตกรรมอำพรางโดยมีคนจงใจทำให้น้องแตงโมเสียชีวิต ซึ่งที่ทำให้ตนคิดแบบนี้เพราะมีหลักฐานใหม่จากผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันแน่ชัดแล้วว่าน้องแตงโมไม่ได้เสียชีวิตจากการตกจากท้ายเรือตามที่แซนกล่าวอ้าง ส่วนคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้จำลองบาดแผลขาทั้งสองข้างของน้องแตงโมว่าเข้าไปคร่อมกับใบพัดเรือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ตามหลักสากลศาสตร์ ร่วมทั้งบาดแผลขาด้านขวาด้านในที่มีการอ้างว่าถูกใบพัดเรือก็เป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะเป็นแผลที่มีขอบเรียบไม่มีรอยช้ำ จากการถูกใบพัดเรือแต่อย่างใด และยังมีหลักฐานใหม่คือทรายที่อยู่ในร่างกายของน้องแตงโมกับทรายที่พบในรองเท้าของคนบนเรือซึ่งจุดนี้ทางตำรวจไม่เคยให้ความใส่ใจ