สกัดจับชาวกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 2 จุด ในพื้นที่โคกสูงและอรัญประเทศเกือบ 100 คน
กองกำลังป้องกันชายแดนสังกัดกองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว เข้าสกัดจับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาลักลอบ จำนวน 2 จุด ในพื้นที่โคกสูงและอรัญประเทศ จำนวน 97 คน ต้องการเข้าไปทำงานในพื้นที่ จ.ชลบุรี จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี จ.ระยอง และกรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเมื่อไปถึงที่หมายประมาณคนละ 3,000-6,000 บาท
เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงาน ผบ.กองกำลังบูรพาสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดน จ.สระแก้ว เข้มงวดกวดขันปัญหาการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และช่วงเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเตรียมเปิดด่านผ่านแดนถาวรในพื้นที่ 17 จังหวัดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ฉก.ร.111 กองกำลังบูรพา ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่ามีการลับลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงจัดกำลังพลทำการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณ บ.หนองมั่ง ต.หนองแวง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ตรวจพบรถยนต์ 2 คัน วิ่งออกมาจากท้ายหมู่บ้านหนองมั่ง โดยใช้เส้นทางตามภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเข้าตรวจค้น พบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา รวมจำนวน 39 คน พร้อมคนนำพาคนไทย 2 คน (คนขับ) จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
ทั้งนี้จากการตรวจค้นรถยนต์คันที่ 1 รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 8กฬ 1361 กรุงเทพมหานคร มีนายวิชัย คบทองหลาง อายุ 51 ปี ที่อยู่ 923 ม.4 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เป็นคนขับและคนนำพา ตรวจสอบภายในรถพบแรงงานกัมพูชา จำนวน 15 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 6 คน ได้ทำการเข้าตรวจสอบในขั้นต้น ไม่พบเอกสารแสดงตนและเอกสารการลงทะเบียนให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักร ส่วนรถยนต์คันที่ 2 ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์สี่ประตู สีเทา ทะเบียน 7กผ 7794 กรุงเทพมหานคร มีนายอานัส สืบศรี อายุ 28 ปี ที่อยู่ 100 ม.3 ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นคนขับและคนนำพา ตรวจสอบภายในรถพบแรงงานชาวกัมพูชา จำนวน 24 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 13 และผู้ติดตามเป็นเด็ก 2 คน ไม่พบเอกสารแสดงตนเช่นกัน
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า แรงงานชาวกัมพูชาดังกล่าวพยายามลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ โดยออกเดินจากฝั่งประเทศกัมพูชา ตั้งแต่เวลา 23.00 น.ที่ผ่านมา เพื่อมาขึ้นรถบริเวณสามแยกลานมัน บ.ทัพเซียม อ.ตาพระยา ตามที่ได้นัดกับคนขับรถไว้ เพื่อเดินทางไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง ในเขตพื้นที่ จ.ชลบุรี จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี จ.ระยอง และกรุงเทพมหานคร ไม่ทราบชื่อนายจ้าง โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 3,000 บาท จะจ่ายเงินค่าเดินทางเมื่อถึงที่หมาย จากการวัดอุณหภูมิการป้องกันมาตรการป้องกันโควิด-19 อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่เกิน 37.5 องศา จึงได้นำตัวชาวกัมพูชาทั้งหมดและผู้นำพา ส่งให้ สภ.โคกสูง ดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน พื้นที่ อ.อรัญประเทศ ช่วงเวลาประมาณ 22.30-01.00 น. วันที่ 30 เมษายน เจ้าหน้าที่กองร้อย ฉก.ตชด.1 ชุดควบคุมตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ฐาปนนท์ หน่องพงษ์ ผบ.ชค.ตชด.12 ร่วมกับ ชปข.124 สภ.คลองน้ำใส และ มว.คทร.ฉก.ร.2 กองกำลังบูรพา จัดกำลังทำการลาดตระเวน และดักซุ่มเฝ้าตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้ตรวจพบแรงงานชาวกัมพูชา บริเวณพิกัดบ้านหนองปรือ หมู่ 7 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย จำนวน 58 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 17 คน และผู้ติดตามเป็นเด็ก จำนวน 15 คน มาจากพื้นที่หลายจังหวัดในประเทศกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา โดยมีนายสำโรจน์ เสา ชาวกัมพูชาผู้ถูกจับที่ 1 พร้อมพวกชาวกัมพูชารวม 58 คน เข้ามาในประเทศโดยไม่สามารถนำเอาเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ สอบถามนายสำโรจน์และชาวกัมพูชาทั้ง 58 คน ยอมรับว่าเป็นชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยจริงและกำลังจะลักลอบเดินทางไปรับจ้างทำงานในพื้นที่ส่วนในของประเทศ โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเมื่อไปถึงที่หมายประมาณคนละ 4,500-6,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่า ผู้ถูกจับที่ 1-58 มีความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวชาวกัมพูชาเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


