แม่ของเด็กชายวัย 6 ขวบ ที่นำไปฝากให้เพื่อนช่วยเลี้ยง แต่เด็กกลับถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสมองบวม เข้าติดตามความคืบหน้าคดีกับทางตำรวจ หลังเวลาผ่านมานานหลายเดือน คดียังเงียบ
วันที่ 2 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววริศรา สมณะ อายุ 30 ปี แม่ของน้องบอส อายุ 6 ขวบ ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสตามร่างกายหลายแห่งและสมองบวม เดินทางมาที่ สภ.ลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี หลังจาก นางสาววริศรา เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2564 แต่ผ่านมานานหลายเดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า
นางสาววริศรา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 64 ตนได้นำน้องบอส วัย 6 ขวบ ลูกชายของตน ไปฝากให้ นางสาวรัตนา พรปรีดาวรรณ เพื่อนสมัยเรียนช่วยเลี้ยงดู ที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 2 ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยจ่ายค่าจ้างเลี้ยงเดือนละ 5,000 บาท กระทั่งวันที่ 26 ก.พ. 64 นางสาววริศรา ได้รับแจ้งจากแพทย์โรงพยาบาลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ว่า น้องบอส เข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการ กะโหลกศีรษะร้าวและมีเลือดคั่งในสมอง และจะต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยแพทย์กล่าวว่า อาการบาดเจ็บดังกล่าว น่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย
กระทั่งวันที่ 12 ต.ค. 64 นางสาววริศรา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า เพื่อให้ติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายเด็กชายบอส โดยเชื่อว่า ผู้ที่ทำร้ายน้องบอส คือ นายทรรศพร บานเย็น อายุ 33 ปี สามีของนางสาวรัตนา ซึ่งหลังจากแจ้งความไปแล้ว เวลาล่วงเลยมานานหลายเดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในวันนี้ตนจึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมีทีมงาน Because We Care และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาร่วมติดตามความคืบหน้าในคดีด้วย
จากนั้น พ.ต.อ.เตชินท์ บรรจง ผกก.สภ.ลาดหญ้า ได้ให้ นางสาววริศรา พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยและติดตามความคืบหน้าในคดี โดย ผกก.สภ.ลาดหญ้า กล่าวว่า หลังได้สอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำให้ทราบว่า คดีนี้ทางตำรวจไม่ได้ละเลยและมีการติดตามสอบสวนคดีอย่างต่อเนื่อง มีการสอบปากคำเด็กที่ถูกทำร้ายร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ รวมถึงส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกาย แต่ผลการตรวจร่างกาย เพิ่งจะออกมาเมื่อเดือนก่อน
ขณะนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ นายทรรศพร ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ซึ่งหากศาลอนุมัติหมายจับก็จะเร่งติดตามจับกุมตัว นายทรรศพร มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นๆ เช่น นางสาวรัตนา ภรรยาของนายทรรศพร จะต้องรอดูว่า การสอบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงหรือมีส่วนในการทำร้ายน้องบอสด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะได้ดำเนินคดีกับนางสาวรัตนาด้วย ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ทางตำรวจจะทำคดีด้วยความเป็นธรรม ไม่มีการเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน
ด้าน นางสาววริศรา แม่ของน้องบอส กล่าวว่า หลังได้รับทราบความคืบหน้าของคดีจากตำรวจก็รู้สึกดีขึ้น ว่าคดีของลูกชายตนมีความคืบหน้าและอยากจะให้ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามคดีให้ถึงที่สุด


