นายกสมาคมสื่อ วิ่งให้ปากคำเพิ่ม เร่งตรวจสอบเส้นทางเงิน หลังทิดกาโตะรับเงิน 6 แสนบาท เป็นของวัด
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บรรยากาศโดยทั่วไป พบว่ายังคงมึกระแสการพูดคุยถึงเรื่องทิดกาโตะ แต่จะแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ กาโตะ กับ สาว ต. และประเด็นการจ่ายเงินสื่อ 3 แสนเพื่อยุติคดี ทำให้บรรดาคอน้ำชาต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
นายประณต แช่มนิธินารถ อดีตข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านกำลังสงสารทิดกาโตะ ยังอ่อนด้อยต่อโลกใบนี้ เหมือนว่ากำลังตกอยู่ในเส้นทางที่ขีดเอาไว้แล้ว วันนี้ทิดกาโตะยอมรับผิด เอ่ยปากขอโทษ และยอมรับผลของการกระทำ น่านับถือ ผิดแล้วแก้ไขใหม่ได้ ความสามารถมีมากจะทำอะไรก็ยังมีคนนับหน้าถือตา ชาวบ้านในพื้นที่ยังนับถือ ไม่ถือโกรธ แต่เสียใจไม่น่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนเรื่องเงิน 3 แสนจ่ายสื่อเพื่อปิดเรื่องข่าวนั้น ก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน คนที่เอาเงินไปก็ต้องมาคืนเพราะเป็นเงินวัด ไม่อายเด็กหรือไร กาโตะต้องทำงาน เทศนาทุกวันกว่าจะได้เงินมา 3 แสน พระคนกลางไม่ทำอะไรได้เงินไปฟรีๆ 3 แสน ได้ข่าวว่าทิดกาโตะจะนำเงินมาคืนวัด 6 แสน ช่วยๆ กันเถอะอย่าให้เด็กต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว อย่าให้ผิดซ้ำผิดซ้อนอีกเลย
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.30 น. นายยุทธนา แต่งวงค์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เดินทางมาพร้อมหนังสือเพื่อให้ทางตำรวจเจ้าของคดีเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริงเปิดเผยต่อสาธารณชน และหากเข้าข่ายความผิดข้อหาใด ให้มีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
นายยุทธนากล่าวว่า ทางสมาคมได้ทำหนังสือถึงสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของทิดกาโตะ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ขณะที่ทางด้านหน้าสำนักงานได้ปิดป้าย “เขตหวงห้าม” ห้ามบุคคลภายนอกบันทึกเสียง ถ่ายภาพ หรือถ่ายวิดีโอ ขณะมาติดต่อราชการ
ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ตนและนายไพฑูรย์ อินทศิลา ได้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมมอบหลักฐาน ไว้ประกอบคดี ซึ่งตนมองว่าการจะดึงพระผู้ใหญ่ออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ยาก แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงกันทุกฝ่าย สื่อตกเป็นจำเลยของสังคม เราจึงต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้งใคร
มีรายงานข่าวว่า ทิดกาโตะ หรือนายพงศกร จันทร์แก้ว จะคืนเงินจำนวน 6 แสนบาท ให้กับทางวัด โดยขอยืมเงินจำนวนดังกล่าวจากกรรมการวัด โดยจะให้ญาติเอาเงินมาคืนในวันนี้
นางบุญมา เชลียง ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า มาวัดบ่อย และทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้ถือโทษโกรธ ท่านยังเด็กอาจคึกคะนองไปบ้าง เมื่อเอาเงินวัดไปก็ควรเอามาคืน ก็ดีแล้ว ผิดก็ยอมรับผิดน่ายกย่อง เงินส่วนที่ให้พระผู้ใหญ่ไปควรเอามาคืนเด็กด้วย เป็นเงินส่วนตัวของเด็กอย่าอมเงินเด็ก ส่วนใครทำผิดอย่างไรก็รับโทษไป กลับตัวกลับใจใหม่ พระทำผิดกว่านี้ก็มี
ต่อข้อถาม ที่ผ่านมาเคยได้ยินทิดกาโตะทำผิดอะไรบ้าง ตั้งแต่ที่ท่านมาจำวัดแห่งนี้ ท่านก็พัฒนาวัด ท่านเป็นพระนักพัฒนา เด็กเข้าวัดกันมาก ผู้ใหญ่เข้าวัดก็เยอะ พระผู้ใหญ่อาจจะไม่ชอบเพราะคำพูดคำจาของท่านจะเรียกเสียงหัวเราะได้ และสนุกกับการทำบุญ ไม่น่าเชื่อ ท่านจะสอดแทรกเรื่องราวที่เป็นปัจจุบัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงสนใจมาก

