ตำรวจ ปิดคดีผัวเมาฆ่าปาดคอเมีย อ้างไม่รู้เห็น สุดท้ายจนมุมหลักฐานดีเอ็นเอมัดตัวชัด ก่อนเสนอศาลออกหมายจับ พบพฤติกรรมชอบเมาทะเลาะวิวาทกับเมียประจำ พร้อมระดมกวาดล้างอาชญากรรมยาเสพติด ทั้ง 12 อำเภอ
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญเทียน พุดสีเสน ผกก.สภ.บ้านแพง ร่วมกับชุดสืบสวน แถลงการณ์จับกุมผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรม ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังก่อเหตุฆ่าปาดคอภรรยา จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ คือ นายศิริพัฒน์ อุทัยแสน หรือไหว อายุ 61 ปี ชาวบ้านทุ่งสว่าง หมู่ 7 ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม
ก่อนก่อเหตุได้ร่วมกันดื่มสุราในกระท่อมสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านกับภรรยา จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ก่อนผู้ต้องหาจะใช้อาวุธมีดปาดคอภรรยา คือ นางทศ อุทัยแสน อายุ 56 ปี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ก่อนผู้ต้องหาหลบหนี และให้การปฏิเสธอ้างว่าผู้ตายเมาขาดสติปาดคอตัวเองเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จนกระทั่งมีการตรวจสอบเก็บหลักฐาน พร้อมสอบสวนพยานแวดล้อม และเก็บหลักฐานตรวจหาดีเอ็นเอ จากร่องรอยบาดแผลขีดข่วนตามร่างกายของผู้ต้องหา จนกระทั่งผลดีเอ็นเอยืนยันตรงกันกับผลชันสูตรศพผู้ตาย จึงได้รวบรวมหลักฐานเสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา และติดตามจับกุมตัวได้
โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนปมสาเหตุทางตำรวจเชื่อว่ามาจากปัญหาทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกันตลอด เพราะมีญาติพี่น้อง และลูกทั้ง 4 คน ให้การว่าทะเลาะกันเป็นประจำ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยทั้งคู่แต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งเกิดเหตุสลด ซึ่งตำรวจเชื่อมั่นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายถึงที่สุด ถึงแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ
ด้าน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า นอกจากปิดคดีอาชญากรรมในพื้นที่ สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้หัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ 12 อำเภอ รวม 19 โรงพัก ดำเนินการเข้มงวดลงพื้นที่กวาดล้างจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลการจับกุม ตรวจยึดของกลางหลายรายการ มีการจับกุมกวาดล้างเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน ตรวจยึดของกลาง อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 30 กระบอก วัตถุระเบิด และระเบิดสังหาร 5 ลูก กระสุนปืน 192 นัด พร้อมชิ้นส่วนอาวุธปืน 14 ชิ้น ผู้ต้องหา 52 ราย
นอกจากนี้ ยังมีการกวาดล้างเกี่ยวกับคดียาเสพติด จับกุมผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติด 78 ราย จำหน่าย 1 ราย ผู้ต้องหาเครือข่ายเชื่อมโยงคดียาเสพติดอีก 80 ราย รวมยึดของกลางยาบ้า จำนวน 99,011 เม็ด และยาไอซ์ 5.6 กรัม
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้เพิ่มมาตรการเข้มทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน ที่ยังมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดต่อเนื่อง พร้อมสร้างความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส

