คุมตัวพี่ชายทำแผนรัวยิงน้องในไส้ดับ เผยนาทีลั่นไกอ้างเห็นน้องจะหยิบปืน เลยยิงสวนก่อนลากศพโยนสระ

13.05.22 | 19:47 น.

คุมตัวพี่ชายทำแผนรัวยิงน้องชายในไส้ดับ เผยนาทีลั่นไกอ้างเห็นน้องจะหยิบปืน เลยยิงสวนก่อนลากศพโยนสระ

วันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ผดงศักดิ์ รักษาสุข รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.เสถียร เหล่าเกิ้มหุง ผกก.สภ.ทุ่งเบญจา นำกำลังตำรวจชุด นปพ. ร่วมกับตำรวจสืบสวน คุมตัวนายบุญมี เมืองที่รัก อายุ 68 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงนายเฉลิม เมืองที่รัก อายุ 61 ปี น้องชายแท้ๆ เสียชีวิต เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่สวนผลไม้ หมู่ 7 บ้านบึงบอน ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี สถานที่เกิดเหตุ


โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลัง โดยรอบระหว่างคุมตัวทำแผน เพื่อกันไม่ให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ตลอดจนคนงานในสวน เข้ามาทำร้ายประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

ในการนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานายบุญมี ผู้ต้องหา ไปชี้จุดแนวหลักเขตแดนที่เกิดข้อพิพาทกับผู้เสียชีวิต โดยได้พาไปชี้จุดบริเวณที่นายเฉลิม น้องชาย ได้มีการว่าจ้างรถแบ๊กโฮมาขุดปรับพื้นที่ บริเวณที่ดินที่พิพาทระหว่างผู้ต้องหา กับผู้เสียชีวิต

นายบุญมี ผู้ต้องหา กล่าวยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินมาสอบถาม นายเฉลิม ผู้เสียชีวิต ว่ามีการนำรถแบ๊กโฮมาขุดในที่ดินของตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดการโต้เถียงกันและทำให้นายเฉลิม ผู้เสียชีวิต ได้ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ลงในหลุมที่ใช้รถแบ๊กโฮขุดจึงเกิดความโมโห

Advertisement

ในอีกวันถัดมาในขณะที่นายเฉลิม ผู้เสียชีวิต เดินมาเปิดแผงควบคุมมอเตอร์เพื่อปล่อยน้ำในสวน ผู้ต้องหาได้เดินมาพูดคุยกับนายเฉลิม น้องชาย เพื่อสอบถามเรื่องแนวเขตอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะเกิดปะทะคารมกัน
ซึ่งระหว่างนั้น นายบุญมี ผู้ต้องหา อ้างว่าได้เห็นนายเฉลิม น้องชาย ล้วงมือเข้าไปขยับกระเป๋า ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความระแวงว่าน้องชายจะใช้อาวุธปืนมายิงจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกที่เตรียมมา และขึ้นไกไว้ก่อนหน้า ยกขึ้นมายิงสวนเข้าใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัด

ซึ่งในขณะนั้น ผู้ต้องหายอมรับว่าไม่แน่ใจว่าได้ยิงผู้ตายไปกี่นัด หลังเห็นผู้ตายล้มลงเสียชีวิต จึงได้ยกร่างของผู้ตาย ลากโยนทิ้งลงไปในสระน้ำเพื่ออำพราง ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปที่ อ.แก่งหางแมว

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับนายบุญมี ผู้ต้องหา ยังยืนยันว่าวันเกิดเหตุแค่อยากจะเข้ามาพูดคุยตกลงเจรจากับน้องชาย เพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทขัดแย้ง และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา หากย้อนเวลากลับได้ ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ยังยืนยันว่าเกิดจากอารมณ์โมโหที่ผู้ตายมีปัญหาขัดแย้งเรื่องที่ดินกับตนเอง และไม่ยอมอ่อนข้อปล่อยวาง จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

ขณะที่ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า หลังทางตำรวจสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว ทราบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหา ได้ขับรถกลับไปที่บ้านที่ อ.แก่งหางแมว พร้อมกับนำปืนที่ใช่ก่อเหตุและอาวุธปืนของน้องชาย 2 กระบอกไปให้ลูกชายคนเล็กเก็บรักษาไว้ จากนั้นได้ให้ลูกชายคนรอง ขับรถมารับที่ จ.จันทบุรี เพื่อเดินทางไปหาคนรู้จักที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อซ่อนตัวกบดาน

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาเคยมีคนรู้จักในพื้นที่ ที่ทำงานเป็นคนดูแลบ่อกุ้ง แต่ระหว่างทางรถที่ลูกชายขับเกิดประสบอุบัติเหตุ จากนั้นผู้ต้องหาได้พยายามอาศัยช่วงชุลมุนเดินลัดเลาะหลบหนีไปยังพื้นที่บ่อกุ้ง

ขณะกำลังตำรวจสืบสวนได้พยายามแกะรอยจากการใช้สัญญาณโทรศัพท์ติดตามไปอย่างต่อเนื่อง จนช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาชุดสืบสวน ได้แกะรอยมาพบผู้ต้องหาปลอมตัวเป็นคนเร่รอน เดินอยู่บริเวณถนนเลียบคลองชลประธาน เส้นเมืองแปดริ้ว ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน รอยต่อ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้ลองส่งเสียงเรียกชื่อนายมี ขณะนั้นผู้ต้องหาเผลอหันกลับมา ทำให้ชุดสืบสวนแน่ใจว่าเป็นผู้ต้องหา จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, ลักทรัพย์รับของโจร และพกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะ ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนยังจะได้รวบรวมพยานหลักฐานมูลเหตุอื่นๆ หากพบมีความผิดจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า ในส่วนของลูกชายของผู้ต้องหาทั้งสองคน ที่ช่วยเก็บอาวุธปืนของผู้ต้องหา และลูกชายอีกคนที่ให้การนำพาผู้ต้องหาเดินทางข้ามจังหวัด ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ว่ามีส่วนให้การซ่อนเร้นอำพรางอาวุธ หรือให้การนำพาผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดร่วม จะดำเนินการแจ้งข้อหากล่าวโทษอีกครั้ง

ขณะที่นายเดชาวัฒน เมืองที่รัก อายุ 22 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าลุงจะเป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ

จากนิสัยส่วนตัวของลุง ภายนอกจะเป็นคนอารมณ์แปรปรวน พูดจาโผงผาง แต่ไม่คิดว่าจะกล้าถึงขนาดใช้อาวุธปืนยิงพ่อของตนเองได้อย่างลงคอ ทั้งนี้ ยังอยากอโหสิกรรมให้กับลุง แต่ในทางคดีอยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้