ชาวบ้านผวาหนุ่มวัย 27 ปีนหน้าต่างเข้าบ้านข่มขืนสาว 16 ปี พบยังลอยนวล หวั่นก่อเหตุซ้ำในหมู่บ้าน

1.06.22 | 12:02 น.

ชาวบ้านผวาหนุ่มวัย 27 ปีนหน้าต่างเข้าบ้านข่มขืนสาว 16 ปี พบยังลอยนวล หวั่นก่อเหตุซ้ำในหมู่บ้าน

วันที่ 1 มิ.ย. 65 หลังจากเกิดเหตุพ่อเลี้ยงวัย 46 ปี ข่มขืนลูกเลี้ยงอายุ 14 ปี นานกว่า 1 ปี จนเด็กตั้งท้องได้ 5 เดือน เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กอายุ 13 ปี จนเรื่องมาแดงขึ้น ทำให้โลกโซเชียลต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับคดีทางเพศ โดยเฉพาะคนในครอบครัว


ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตำบลเดียวกับที่พ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง ว่า มีวัยรุ่นชายอายุ 27 ปี ได้เข้าไปปีนหน้าต่างห้องนอนเด็กอายุ 16 ปี แล้วบังคับข่มขืน โดยเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะอยู่กับตากับยาย

จากการตรวจสอบ นายหน่อย (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี น้าของเด็ก เล่าว่า เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยหลานเล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 22.00 น.

ตอนนั้นหลานกำลังรีดชุดนักเรียน ในห้องนอน แต่อากาศร้อน จึงเปิดหน้าต่างเอาไว้ จู่ๆได้มีนายแม็ค คนในหมู่บ้านเดียวกัน ปีนเข้าหน้าต่างแล้วบังคับขืนใจ ซึ่งตอนนั้นตากับยายซึ่งนอนคนละห้องกัน ไม่สบายกินยาแล้วนอนหลับกันหมด

Advertisement

ต่อมาหลานได้มาบอกให้ญาติ แล้วเข้าแจ้งความที่ สภ.ลำดวน อ.กระสัง เมื่อวันที่ 18 พ.ค.มาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีตำรวจมาตามจับนายแม็ค และยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ด้านนางกวน นิเรศรัมย์ อายุ 62 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน บอกว่า ตอนนี้ชาวบ้านโดยเฉพาะคนที่มีลูกสาว มีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เพราะหลังแจ้งความไปแล้ว นายแม็คยังเดินลอยหน้าลอยตา ที่สำคัญนายแม็ค เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีใครจับกุมได้

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายมาโนช หรือแม็ค สายน้อย อายุ 27 ปี ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นายแม็ค รับว่าได้ปีนหน้าต่างเข้าไปหาน้องจริง แต่ไม่ได้ข่มขืนน้องเต็มใจ น้องเปิดหน้าต่างรอ เพราะได้นัดกันเอาไว้แล้ว จึงมีอะไรกันตามปกติ

ด้านนายกฤษ ละมูลมอญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุกรณีเด็ก 13 ปี ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนจนตั้งท้องได้ 5 เดือนว่า และมาเกิดเรื่องซ้ำอีก เป็นเด็กอายุ 16 ปี ทั้งสองเรียนในโรงเรียนเดียวกัน

สำนักงานเขต ได้ประชุมหารือกันถึงแนวทางการช่วยเหลือแล้ว เบื้องต้นจะเข้าไปดูแลเรื่องการศึกษาของเด็กก่อนเป็นหลัก เด็กสามารถเรียนได้หลายระบบถึงแม้ไม่ได้มาโรงเรียนก็ตาม กรณีเด็กมีบุตร

ส่วนเรื่องการเยียวยา สำนักงานจะมีกองทุนช่วยเหลือเด็กอยู่ก้อนหนึ่ง แต่จะเป็นการช่วยเหลือเด็กที่ประสบอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย โดยวันที่ 9 มิ.ย.นี้จะมีการประชุมหารือว่า จะสามารถดึงเงินตัวนี้ไปเยียวยาเบื้องต้นก่อนได้หรือไม่ ทั้งนี้ สำนักงานเขตจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็ก แต่ตอนนี้เด็กทั้ง 2 คน ยังอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กบุรีรัมย์ก่อน จนกว่าจะคลี่คลาย