งัดร้านผิดชีวิตเปลี่ยน โจรย่องเข้าร้านขายวงจรปิด จับภาพชัดคุณภาพ Full HD ตำรวจตามรวบทันควัน
วันที่ 8 มิ.ย. 65 พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังสามารถจับกุมนายปรีดา หรือ ติ๊ก พรหมเสนา อายุ 35 ปี ชาว ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ภายใน 10 ชม.หลังก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ในร้านขายกล้องวงจรปิด
ผกก.สภ.กระสัง กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น.ได้รับแจ้งจากนายประจวบ พิรารัมย์ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านช่างจวบโซล่าเซลล์ ซึ่งเป็นร้านรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และอุปกรณ์กล้องวงจรปิดทุกชนิด ตั้งอยู่ห้องแถวริมทางรถไฟ ใน ต.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ มาแจ้งว่าได้ตรวจสอบทรัพย์สินและเงินสดภายในร้านได้หายไป
จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เวลาประมาณ 01.50 น.ได้มีคนร้าย 1 คน ปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วเข้ามาภายในร้านแล้วลักเอาเงินสดจำนวน 1,200 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง
จากนั้นตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระสัง ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ สอบถามพยานแวดล้อม และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในร้านและกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงร้าน พบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชายรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง สวมเสื้อกันหนาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว อายุประมาณ 35 ปี ได้เข้ามาในร้านแล้วหยิบเอาเงินสดที่ใส่ไว้ในกระปุก และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่องไป
ตำรวจจึงแกะรอยจากภาพวงจรปิดไป จนพอทราบบ้านของคนร้าย เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ละจุด เป็นกล้องมีความละเอียดของภาพค่อนข้างสูง (Full HD) กระทั่งรู้ตัวว่าคนร้ายน่าจะอยู่ที่ หมู่ 12 ต.หนองเต็ง
เวลา 19.00 น.ชุดจับกุมจึงตามไปควบคุมตัวนายติ๊ก ได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใน อ.กระสัง โดยนายติ๊ก รับสารภาพว่าเป็นคนในภาพวงจรปิดจริง นอกจากนี้ตำรวจยังพบหลักฐานยืนยันชัดเจนอีกว่า นายติ๊ก ได้ใช้บัตร ATM ของผู้เสียหาย ไปกดเงินสด และโอนให้ญาติ
นายติ๊ก สารภาพด้วยว่า คืนนั้นได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ SAMSUNG สีทอง จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด จำนวน 840 บาท และกระเป๋า 1 ใบ ภายในมีบัตร ATM หลายธนาคาร แต่ในกระเป๋า มีรหัสของ ATM อยู่ในกระเป๋าด้วย รวมถึงโทรศัพท์ที่ได้ไป มีแอพพ์ของธนาคาร และโทรศัพท์ไม่มีรหัสผ่าน
นายติ๊กสารภาพด้วยว่า ตนได้เปิดแอพพ์ธนาคารกรุงไทย (krungthai NEXT) ชื่อบัญชีนายประจวบ พิรารัมย์ พบมียอดเงินในบัญชี 9,000 บาท จึงไปถอนเงินสดจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยสาขากระสัง ออกมาทั้งหมดเลย
แอพพ์ที่ 2 เป็นธนาคาร ธกส. ตรวจสอบมียอดเงิน 2,006 บาท ตนจึงทำการโอนไปบัญชี น.ส.อ้อยใจ ทันมี ซึ่งเป็นอดีตภรรยา จำนวน 1,000 บาท และโอนไปยังบัญชีของนางสุบิน ทะรารัมย์ จำนวน 500 บาท, เติมเงินใส่โทรศัพท์ จำนวน 50 บาท 2 ครั้ง (100 บาท)
แอพพ์ที่ 3 เป็นธนาคารออมสิน ตรวจสอบมียอดเงิน 500 บาท ตนจึงทำการโอนกลับยังบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อของนายประจวบ พิรารัมย์ ทั้งหมดเลย
ส่วนเงินสด จำนวน 9,000 บาท ซึ่งถอนมาก่อนนี้นั้น ได้นำเงินสดจำนวน 1,000 บาท ใส่ตู้ฝากเงินสด ธกส.หน้าโลตัสสาขากระสัง โอนไปยังบัญชี น.ส.อ้อยใจ ทันมี, จ่ายค่าห้องพัก จำนวน 700 บาท, จ่ายค่าซื้อของใช้และเครื่องดื่ม จำนวนประมาณ 1,000 กว่าบาท, ให้พี่สาวนางสุบิน ทะรารัมย์ ไปอีกจำนวน 1,000 บาท, ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารอีสานบ้านสุขสำราญ จำนวนประมาณ 800 บาท, ซื้อบุหรี่ จำนวน 200 บาท และรับเพิ่มเติมว่าได้เสพยาบ้ามาล่าสุดเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา จำนวน 1 เม็ดครึ่ง
เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”
ผกก.สภ.กระสัง กล่าวด้วยว่า อำเภอกระสัง เป็นหนึ่งในสถานีตำรวจตัวอย่าง “smart safety zone” ของตำรวจภูธรภาค 3 มีกล้องวงจรปิดคุณภาพสูงติดเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลกระสัง กว่า 80 จุด แต่ละหมู่บ้านแต่ละตำบล จุดสำคัญ จะมีกล้องวงจรปิดเชื่อมต่ออีกกว่า 100 จุด ดังนั้นคนร้ายที่มาก่อเหตุ จะสามารถนำภาพไปประกอบการจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ในเคสนี้จับกุมได้หลังก่อเหตุไม่นาน



