บุกจับนายหน้ารับสมัครคนไทย-จีน ส่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบใช้นักศึกษาสาว-คนบนพื้นที่สูงรู้ภาษาจีน โพสต์ชวนในโซเชียล การันตีค่าตอบแทนสูง พร้อมส่งไปทำงานเมียวดี
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กว่า 30 นาย นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ตั้งอยู่ในโครงการแห่งหนึ่ง ย่านถนนเชียงใหม่-พร้าว ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มนายทุนชาวจีนมาเช่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานในการรับสมัครหาคนไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา
จากการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มคนจีนกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่บริเวณชั้นที่ 1 ส่วนชั้น 2 พบมีหญิงสาวนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ 5 คน และมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวม 8 ชุด เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้น พร้อมแจ้งให้หญิงสาวทั้งหมดนั่งอยู่กับที่ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลที่อยู่หน้าจอ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเสร็จ
ในระหว่างการตรวจสอบมีหญิงสาวบางรายปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น และอ้างว่าถูกจ้างให้มาทำงานโดยมีหน้าที่แค่แปลภาษาจีนให้กับนายทุนชาวจีนเท่านั้น พร้อมอ้างสิทธิกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA หลังถูกเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนบันทึกภาพด้วย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวที่ทำงานทั้ง 5 คน เป็นนักศึกษา มีอายุระหว่าง 18-20 ปี ทั้งหมดเป็นบุคคลที่มีบัตรประจำตัวเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และไม่มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หนึ่งในหญิงสาวที่มาทำงานให้ข้อมูลว่า เธอมีความรู้อ่านและเขียนภาษาจีนได้ จึงถูกว่าจ้างให้มาทำงานแปลภาษา และเห็นว่าได้เงินดี จึงตัดสินใจมาทำงานเพราะต้องการหาเงินพิเศษในช่วงปิดภาคเรียน แต่จากการสืบสวนทราบว่า ทั้งหมดถูกว่าจ้างให้มาทำงานชักจูงคนไทยและคนจีน ไปทำงานกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในต่างประเทศ เพื่อหลอกลวงคนไทยและคนจีน
ส่วนการตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์พบว่า มีการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียชักชวนให้คนไทย และคนจีน ที่ว่างงานจากวิกฤตโควิด-19 มาทำงานด้านการตลาดให้ค่าตอบแทนสูง ผู้สนใจจะต้องผ่านการฝึกงานก่อน จากนั้นจะถูกส่งไปทำงานที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ได้เงินค่าจ้างเดือนละ 28,000 บาท และคอมมิชชั่นจากการทำงานอีก 15-18 เปอร์เซ็นต์
ขณะเดียวกันจากการสืบสวนเชิงลึก พบว่านายทุนชาวจีนที่เป็นตัวการใหญ่ ยังเคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเช่าบ้านพักหรูในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขยายผลเพื่อติดตามจับกุมนายทุนใหญ่รายนี้มาดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนคนจีน 2 รายที่เป็นผู้ดูแล และหญิงสาว 5 ราย ถูกนำตัวส่ง สภ.สันทราย เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหานำข้อความอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป



