รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่จ.สตูล ตามคดีโรฮีนจา แจงข่าวผลักดันรีบออกจากประเทศไทย

14.06.22 | 16:14 น.

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดสตูล ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือบุคคลต่างด้าว ชาวโรฮีนจา ทั้ง 59 คน คาดจะได้ข้อสรุปหลังทีมสอบสวนแล้วเสร็จ พร้อมชี้แจงข่าวกรณีข่าวให้รีบผลักดันบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวออกจากประเทศไทย

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวชาวโรฮีนจา จำนวน 59 ราย ถูกพบเจอที่เกาะดง ตำบลเกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล โดยการลงพื้นที่ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าผลการช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวฯ ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436 ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อพูดคุย และเยี่ยมเยียน พร้อมทั้งมอบสิ่งของยังชีพให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 59 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ร่วมพูดคุยกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวด้วย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เนื่องจากมีการนำเสนอข่าวที่คาดเคลื่อนกับความเป็นจริง เกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีการรีบผลักดันบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวออกจากประเทศไทย ซึ่งจากการติดตามความคืบหน้าและการตรวจเยี่ยมพบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล, แรงงานจังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจิตใจ

  

Advertisement

เพื่อดำเนินการคัดกรอง คัดแยกว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ และอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบสถานะบุคคลต่างด้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้รีบผลักดันบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวออกจากประเทศไทยตามที่เสนอข่าวแต่อย่างใด โดยบุคคลต่างด้าวทั้ง 59 คน ยังอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436 อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนแล้วเสร็จ พบว่าหากเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จะส่งเข้าสถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 หรือหากไม่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จะนำส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยระหว่างดำเนินการคัดแยกผู้เสียหายนั้น พบว่าบุคคลต่างด้าวดังกล่าวมีบัตร UNHCR จำนวน 26 คน ได้ขึ้นทะเบียนที่สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ซึ่งได้ประสานไปยัง UNHCR เพื่อตรวจสอบสถานะบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป