แม่สาวสองไม่ให้อภัยฝรั่งฆ่าลูก คาดปมหึงหวง ใช้ขวดตีหัว หมาพิทบูลหายไป 1 ตัว
ความคืบหน้ากรณี เวลา 16.30 น. วานนี้ (15 มิ.ย. 65) ร.ต.อ.เสนีย์ ฉิมงาม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสาวประเภทสองถูกฆาตกรรมอำพรางศพ ภายในบ้านเลขที่ 107 ม.11 ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านมารอมุงดูเหตุการณ์อยู่ริมถนนบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุจำนวนมาก โดยพบว่าศพถูกห่มด้วยผ้าห่มหนา มีขาโผล่ออกมาลักษณะเน่าเหม็นมีกลิ่นเหม็นรุนแรง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วนานกว่า 1 สัปดาห์ ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายธีรพงศ์ ล้ำเหลือ อายุ 31 ปี
จากการถาม ทราบข้อมูลจากนางวันดี ล้ำเหลือ อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่ว่า มีเพื่อนบ้านหลังข้างเคียงบอกว่าได้กลิ่นคล้ายสัตว์เลี้ยงตาย จึงได้รีบวิ่งไปแจ้งให้หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ปราสาท รุดเข้าไปตรวจสอบ พบร่องรอยลากและมีเศษผมและคราบเลือดอยู่บริเวณหน้าห้องเก็บของ จึงได้เปิดประตูเข้าไปดู พบศพถูกฆ่าและห่มด้วยผ้าห่มดังกล่าว เขาคบกับฝรั่งยังไม่ถึงปี น่าจะทะเลาะกันเรื่องหึงหวง และทำร้ายร่างกายกัน ตนไม่ได้อยู่บ้านด้วยกัน เห็นเขาล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.เดือนที่แล้ว ฝรั่งจะคอยรับคอยส่งลูกของตน บอกตนว่าพากันปาร์ตี้ 2-5 ทุ่ม วันนั้นฝรั่งก็ทักไลน์มาหาตน ว่าคุณต้องการเงินเท่าไหร่ แม่บอกว่าอยากได้ 2 หมื่นก่อน อาทิตย์หน้าเขาจะให้พ่อ 4 หมื่น จ่ายงวดรถ เขาเมาหนักร้องเพลงธรรมดา จากนั้นก็บอกว่าแม่โกโฮม เขาก็กลับมา และก็หายไปเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จนมีคนมาพบศพ
จนท.ตำรวจ จึงได้แจ้ง ไปยัง พ.ต.อ.ปิยพงศ์ พรหมบุตร ผกก.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย จนท.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สุรินทร์ และแพทย์เวร รพ.ปราสาท เข้าตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าเป็นการฆาตกรรมอำพรางศพ ผู้ลงมือ น่าจะเป็นชายชาวต่างชาติ ยังไม่ทราบชื่อ ที่คบหากันอยู่และหายตัวไป ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน เพื่อหาสาเหตุจูงใจในการฆาตกรรม และล่าตัวฆาตกรมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายในหมู่บ้านเดียวกัน ทราบว่า นายธีรพงศ์ ล้ำเหลือ อายุ 31 ปี สาวประเภทสอง เพิ่งคบกับชายชาวต่างชาติ ทราบว่าเป็นชายชาวรัสเซีย แต่ทำงานที่ประเทศนอร์เวย์ ไม่ทราบชื่อว่าชื่ออะไร คบกันได้ 6-7 เดือน โดยนัดเจอกันที่จังหวัดภูเก็ต หนุ่มชาวรัสเซียรายนี้ เดินทางมาที่บ้านนายธีรพงศ์ ที่อำเภอปราสาท 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมาแต่ไม่ได้พาเข้ามาในบ้าน พบกันที่โรงแรมที่พัก และเมื่อเดือน พ.ค. 65 ที่ผ่านมา ได้พาชายรัสเซีย เข้ามาในบ้าน และปลายเดือน พ.ค. 65 ก็เดินทางออกจากบ้าน โดยชาวบ้านพากันเชื่อว่า นายธีรพงศ์ กลับไปด้วย ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านได้กลิ่นศพในวันนี้ และได้บอกนางวันดี ผู้เป็นแม่ว่า ได้กลิ่นเหม็น เหมือสัตว์ตายเน่า แม่จึงเดินหา จนกระทั่งได้กลิ่นออกมาจากห้องเก็บของ ที่ห้องเก็บของหลังบ้าน จึงได้แจ้ง อาสากู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ปราสาท มาตรวจสอบจึงพบว่าเป็นศพ นายธีรพงศ์ สาวประเภทสอง
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้อาทิตย์หนึ่งก็มีเพื่อนบ้านได้กลิ่นเน่าเหมือนกับกลิ่นซากสัตว์ ออกมาจากในบ้าน ก็ได้บอกนางวันดี ผู้เป็นแม่นายธีรพงศ์ ผู้ตายให้ค้นหา แต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งมาพบศพในวันนี้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด คาดว่าผู้ตาย น่าจะถูกฆ่ามานานกว่าสามสัปดาห์ โดยผู้ลงมือฆ่าที่ห้องนอนบ้านหลังใหญ่ ตั้งแต่ช่วงหลังวันที่ 22 พ.ค. 65 ที่มาทานข้าวที่บ้าน จากนั้นทะเลาะกันและลงมือฆ่าในห้องนอน หมกศพไว้ในห้องนอนหลายวัน และได้นำศพผู้ตายห่อด้วยผ้าห่ม และนำศพลงมาจากห้องนอน นำเข้าไปเก็บไว้ ในห้องเก็บของหลังบ้าน แล้วล็อกกุญแจไว้ แล้วปีนออกทางหน้าต่าง แล้วหลบหนีเดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต ช่วงที่หลบหนีไปน่าจะช่วงสิ้นเดือน พ.ค. 65 ศพผู้ตาย น่าจะถูกฆ่ามานานถึงสามสัปดาห์ อย่างไรก็ตามต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (16 มิ.ย. 65) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต บ้านเลขที่ 107 ม.11 บ.ตาลวก ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบบ้านถูกปิดเงียบ และยังคงมีกลิ่นของศพที่เน่าเหม็นโชยออกมาเป็นระยะๆ ขณะที่บ้านแม่ของผู้เสียชีวิตที่อยู่ใกล้กันพบชาวบ้านมาช่วยกันกางเต็นท์เตรียมจัดงานศพ ด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด ขณะที่ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์โหดเหี้ยมที่เกิดขึ้น ซึ่งศพของผู้เคราะห์ร้ายอยู่ระหว่างผ่าพิสูจน์เพื่อชันสูตรร่องรอยของการถูกทำร้ายที่ รพ.สุรินทร์ คาดว่าจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้
ด้าน นางวันดี ล้ำเหลือ แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนจะไม่ให้อภัยคนร้าย เพราะทำโหดเหี้ยมเกินไป ขอให้ประหารชีวิต ลูกของตนมี 3 คน คนตายเป็นคนโต เป็นหัวหลักของครอบครัว ดูแลครอบครัวมาตลอด ซื้อที่สร้างบ้านให้แม่หลายหลัง ดูแลครอบครัวมาโดยตลอด ฝรั่งคนดังกล่าวตนเพิ่งเห็นมาอยู่กับลูกของตนได้ 1 อาทิตย์ เขาชอบซื้อเบียร์ไปกินกันในบ้าน 2 คน และวันที่ 26 พ.ค. 65 ฝรั่งคนดังกล่าวไปซื้อเบียร์มาให้ตน 1 ลังและนั่งกินด้วยกันที่บ้าน ดูเขาเมาและร้องเพลงเหมือนคนเมาปกติ แต่สังเกตเห็นรอยคราบเลือดที่ขา และมีแผล เขาบอกว่าขวดแตกเลยกระเด็นมาบาดขา ตนก็ไม่ได้เอะใจ และนั่งกินกับเขาไปจนถึง 3 ทุ่ม
จากนั้นเขาก็กลับเข้าบ้าน แต่ลูกของตนก็ไม่ได้มานั่งกินด้วยแต่อย่างใด จากนั้นตนก็ลุกไปตลาดประมาณตี 2 ก็พบบ้านปิด ไม่พบรถยนต์ที่เขาเช่ามาจาก จ.อุบลฯ คิดว่าเขาคงกลับไปกันแล้ว ทำไมไม่บอกแม่ จนเวลาผ่านไปและมีคนพบศพเมื่อวานดังกล่าว ซึ่งหมาพันธุ์พิทบูลก็หายไปด้วย ไม่ทราบว่าไปไหน หรืออาจจะถูกฆ่าตายนำไปฝังที่ใดที่หนึ่ง เพราะเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 พ.ค.เขาเดินไปขอพลั่วกับพ่อด้วย ซึ่งเมื่อวานตำรวจได้นำคลิปวงจรปิดมาเปิดให้ดูที่ บขส.โดยขับรถเก๋งคันที่เช่ามาจอดทิ้งไว้ที่ บขส.ปราสาท และขึ้นรถทัวร์สายระยอง ออกไป
ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากหึงหวง เพราะลูกของตนคบกับฝรั่งชาวอังกฤษประมาณ 7 ปี เขาสร้างบ้านหลังที่เขาอยู่ให้หมดหลายแสน เขาอยู่ที่อังกฤษไม่ได้มานานแล้ว เขาคงยังไม่ทราบ แม่ก็ไม่มีเบอร์จะโทรไปบอก โทรศัพท์คนตายก็หายไปด้วย ช่วงที่พบศพตนก็เข้าไปดูศพ พบว่าที่ศีรษะถูกตีจนเละไปหมด คาดว่าน่าจะใช้ขวดกระหน่ำตี เพราะพบเศษขวดแตกเกลื่อนกลาดเต็มบ้านไปหมด ล่าสุดทราบจากตำรวจว่า พบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว อยู่ในพื้นที่พัทยา กำลังจะควบคุมตัวมาสอบปากคำ และกำลังขอหมายศาล ออกหมายจับอยู่ในขณะนี้ แม่ผู้ตายกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จ.สุรินทร์ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ทราบว่าผู้ตายกับผู้ต้องสงสัยเป็นเพื่อนกัน เข้ามาใน จ.สุรินทร์ เมื่อเดือนที่แล้ว ต่อมาเมื่อวาน จนท.ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่บ้านเพียงลำพัง ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไป ซึ่งผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า คดีนี้จะทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหามาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


