แม่ร้อง ลูกจมน้ำดับปริศนา เจอแผลบนใบหน้า คอหักหมุนรอบ วอน ตร.เร่งสอบขยายผล

17.06.22 | 16:57 น.

แม่ร้อง ลูกจมน้ำดับปริศนา เจอแผลบนใบหน้า คอหักหมุนรอบ วอน ตร.เร่งสอบขยายผล

วันที่ 17 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่วัดช่องแค ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ กรณีการจัดงานสวดพระอภิธรรม ด.ช.สุทธิภัทร อายุ 6 ปี ที่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากการจมน้ำ บริเวณร่องน้ำสำหรับรดน้ำผัก พื้นที่หมู่ 1 ต.ช่องแค เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา แล้วมารดาของเด็ก คือ น.ส.ธัญญา วงศ์คำหล้า อายุ 31 ปี ติดใจในการเสียชีวิต เพราะตอนที่ไปพบสภาพศพลูก มีร่องรอยบาดแผลที่ไม่น่าเป็นการจมน้ำธรรมดา และสงสัยว่าการเสียชีวิตของเด็กนั้น เป็นการฆาตกรรมอำพราง


จากการลงพื้นที่วัดช่องแค เพื่อไปพูดคุยกับมารดาของ ด.ช.สุทธิภัทร พบ น.ส.ธัญญา มารดาของเด็ก และนายมงคล สุทธิประภา อายุ 36 ปี พ่อเลี้ยง ยังอยู่ในอาการเสียใจจากการด่วนจากไปของ ด.ช.สุทธิภัทร จึงได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้รับการเปิดเผยว่า วันที่เกิดเรื่องตนนอนหลับอยู่ในบ้านพักเลขที่ 69/2 พื้นที่ ม.1 ต.ช่องแค แล้วลูกชายได้มาขอเงิน 5 บาท เพื่อเอาไปซื้อขนมที่ร้านโชห่วย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 500 เมตร ก็ปล่อยให้ลูกชายไปซื้อขนม แล้วหลังจากนั้นก็ไม่กลับมาเลย นานกว่า 2 ชั่วโมง ตนและพ่อเลี้ยงของลูกจึงได้ออกตามหาด้วยความเป็นห่วง เดินถามตามบ้านทุกหลังที่อยู่ติดถนน ไปจนถึงร้านโชห่วยที่ลูกบอกจะไปซื้อขนม ก็ยังตามหาไม่พบ จนกระทั่ง ได้ไปศูนย์ อสม.ประจำหมู่บ้าน ที่อยู่ห่างจากร้านโชห่วยไปประมาณอีก 200 เมตร พบนายปรียากร หรือลุงกร วรรคกลาง อายุ 60 ปี ออกจากศูนย์มาพูดคุย จนทราบว่า ลูกของตนได้ตามลุงกรไปที่สวนกล้วยของเขา ที่อยู่ห่างออกไปจากศูนย์ อสม.ของหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร

“สำหรับวันนั้น หนูออกตามหาลูกช่วงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน จนกระทั่งพบเบาะแสจากลุงกร ได้มาบอกว่าลูกของหนูได้ตามเขาไปที่สวนกล้วยให้ลองตามไปดู พอหนูไปถึงพื้นที่ หนูก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี จึงได้ถามลุงกรว่า ที่นี่มีสระน้ำหรือไม่ ลุงกรบอกว่ามี แล้วก็พาหนูไปดูร่องน้ำกลางสวน เขาบอกว่า ร่องน้ำตรงนี้ ลึกแค่เท่าหน้าแข้ง ลงไปไม่น่าจะมีปัญหา แต่ทันใดนั้น หนูเหลือบตาไปเห็นรองเท้าของลูกอยู่ในพงหญ้าริมคลองข้างหนึ่ง และลอยอยู่ในคลองน้ำอีกข้างหนึ่ง หนูก็ไม่รีรอ รีบพาสามีกระโดดลงไปในคลองน้ำทันที่ ปรากฏว่า ระดับน้ำลึกเท่าหน้าอก และพอเอามือควานหาไปเรื่อยๆ ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อสิ่งที่คว้าเอาไว้ได้นั้น คือร่างของน้องภัทรที่ไร้วิญญาณไปแล้ว”

น.ส.ธัญญา เล่าต่อไปว่า ตอนที่นำศพลูกขึ้นจากคลองน้ำนั้น ก็กินเวลาปาไปถึงประมาณ 20.00 น. และสภาพศพของลูกที่พบ ก็สังเกตเห็นว่า ลูกมีรอยบาดแผลหลายแห่ง ทั้งขอบปาก และขอบตา รวมถึงคอที่หมุนได้รอบ แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี และแพทย์เวรโรงพยาบาลมาตรวจชันสูตรศพ ปรากฏว่า เขาลงความเห็นกลายเป็นลูกขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ และในวันต่อมา แพทย์ได้ระบุใบสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากลูกจะขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำแล้ว ยังมีบาดแผลเนื้อเยื่อหลุดที่ริมฝีปากซ้าย ที่เปลือกตาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งตนและสามี ก็มองออกว่าไม่น่าจะใช่เป็นการจมน้ำเสียชีวิตแบบธรรมดาทั่วไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังระบุไปทำนองว่า บาดแผลที่พบ น่าจะเป็นพวกปลา และแมลงกัดแทะ ไม่น่าจะเป็นการถูกทำร้าย

Advertisement

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เหตุใด ลูกชายถึงตามลุงกรไปสวนกล้วยของเขา น.ส.ธัญญา ระบุว่า ตอนที่ทราบว่าลูกได้ไปสวนกับลุงกร เขาได้พูดด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วถามสวนตนกลับมาว่า “น้องภัทรตามเขาไปที่สวนกล้วย ยังไม่กลับมาอีกหรือ นึกว่าเด็กกลับบ้านแล้ว” พร้อมกับบอกว่า ตอนที่อยู่ในสวนกับลูก ลูกของตนได้ขอกลับบ้านเอง แล้วเขาก็ปล่อยให้เด็กกลับบ้านเพียงลำพัง ซึ่งระยะห่างจากสวนไปถึงบ้าน ไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งตนก็เอะใจตรงนี้ ว่าปล่อยให้เด็กน้อยกลับเพียงลำพังได้ยังไง แต่ตอนนั้น ตนเป็นห่วงลูกมากกว่า จึงให้ลุงกรพาตนและสามีไปตามหาลูกที่สวนของเขา และเมื่อไปถึงสวน จู่ๆ เขาก็พาไปดูที่คลองร่องน้ำในสวนของเขา พร้อมกับพูดว่า ลองไปดูตรงนี้ จะได้สบายใจ หายกังวล ซึ่งเขาดูเย็นชา เหมือนคนเลือดเย็นมาก กระทั่ง เมื่อตนได้พบเจอร่างลูกแล้ว ลุงกรก็ยังมาพูดแบบหน้าตายกับตน บอก “แสดงความเสียใจด้วยนะ”

น.ส.ธัญญา กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ทุกข์ใจมาก เพราะเชื่อว่าลูกไม่น่าจะเสียชีวิตจากการจมน้ำอย่างเดียว น่าจะถูกทำร้ายจนช้ำก่อนการจมน้ำ ซึ่งก็ได้โต้แย้งไปกับทางตำรวจแล้ว ว่าลูกมีบาดแผลทำร้าย แถมคอยังหักหมุนได้รอบด้วย แต่ก็ไม่ได้รับการดำเนินการตรวจสอบใดๆ เพิ่มเติม จนตนกลัวว่าลูกจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เอาเรื่องราวดังกล่าวไปแจ้งร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ หวังกระตุ้นให้ตำรวจพื้นที่ไขความจริงกับการตายของลูกชาย

ส่วนประวัติของนายปรียากร หรือลุงกร เขาเป็นคนในพื้นที่นี่แหละ แต่เมื่อก่อนได้ย้ายไปอยู่กินกับภรรยาที่ จ.ชัยนาท มานานหลายปี จนกระทั่ง เมื่อช่วงเกิดโควิดระบาดใหม่ๆ เขาก็กลับมาอยู่ในพื้นที่ พร้อมกับรับบทบาทเป็น เจ้าหน้าที่ อสม.ประจำหมู่บ้าน คอยแจกข้าวสารอาหารแห้งตามบ้านเรือนอยู่บ่อย แต่ก็ไม่สนิทอะไรกันมากนะ เขามาแจกแล้วก็ไป ตนก็เคยถามเขานะ ว่าเคยทำอะไรมาก่อน เขาก็บอกแค่ว่า อดีตเคยเป็นทนายเก่าแค่นั้น

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพัก สภ.ตาคลี เพื่อสอบถามถึงคดีดังกล่าว ปรากฏว่า ไม่พบทั้ง ผกก. และร้อยเวรเจ้าของคดี ส่วนการไปตรวจสอบที่ศูนย์ อสม.ประจำหมู่บ้าน ของลุงกร ก็ไม่พบเจอลุงกรด้วยเช่นกัน แต่ทราบว่า ลุงกรได้มีการติดต่อไปยังพ่อแม่ของน้องภัทรที่เสียชีวิต ว่าจะช่วยค่างานศพ จำนวน 10,000 บาท แต่พ่อแม่ของน้องภัทรปฏิเสธไม่รับเงิน เนื่องจากต้องการหาความจริง และคืนความยุติธรรมให้กับลูกมากกว่า เพราะเชื่อว่า ลูกน่าจะถูกทารุณทำร้ายก่อนเสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งก็ไม่รู้จะพึ่งใคร เพราะตำรวจยังไม่ดำเนินการใดๆ จึงต้องพึ่งผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบความจริงกับการตายของลูก แต่ในขณะที่ญาติของลุงกร ต่างก็ระบุว่า ลุงกรเป็นคนดี ส่วนเรื่องที่เด็กจมน้ำไม่ทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัด แต่ก็มองว่า เด็กอาจจะเผลอไปเล่นน้ำเอง แล้วลื่นไถลหัวทิ่มลงไปในร่องน้ำจนจบชีวิต