แม่’น้องฟลุ๊ค’โร่แจ้งความ ลูกถูกแม่เลี้ยงทำร้ายกว่า 3 ปี ต้องหนีออกจากบ้าน

30.10.16 | 20:26 น.

จากกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลว่าให้ช่วยกันตามหาตัว ด.ช.พีระพงษ์ หรือฟลุ๊ค อายุ 9 ขวบ ที่พลัดหลงกับพ่อย่านเยาวราช เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม มีการแชร์ภาพทางเฟซบุ๊กและไลน์ จนกระทั่งมีพลเมืองดีพบน้องฟลุ๊คในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเดินอยู่หน้าวัดราษฎร์บำรุง ซอยเพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. จึงรับตัวน้องฟลุ๊คมาดูแล แล้วแจ้งให้ พ.ต.ต.อนุชา อนันต์อุปถัมป์ สว.กก.ดส. และ พ.ต.ท.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผกก.สส.สน.จักรวรรดิ์ มารับตัวที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งภายในซอยอินทปัจ 9 แยกที่ 4 แขวงหลักสอง เขตบางแค เมื่อเวลา 20.00น. วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา จากการสอบสวนเบื้องต้น น้องฟลุ๊คให้การว่าสาเหตุที่ต้องหนีจากเยาวราช ซึ่งเป็นร้านขายผลไม้และร้านขายปลาหมึกของนางสุพัฒน์ตรา แม่เลี้ยง เพราะทนกับการถูกทารุณทำร้ายไม่ไหว จึงตัดสินใจหนีออกมาแบบไร้จุดมุ่งหมาย


ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม ที่ สน.หลักสอง นางนิชาภา โชติพัฒนามณี อายุ 33 ปี ได้พา ด.ช.พีระพงษ์ หรือฟลุ๊ค เข้าพบ พ.ต.ต.ณภัทร แสนธรรม สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง เข้าแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางสุพัฒน์ตรา หรือก้อย อายุประมาณ 30 ปี แม่เลี้ยงที่ทำร้ายลูกชายมานานเกือบ 3 ปี

โดยนางนิชาภาให้การว่า ตนทำงานเป็นผู้จัดการปั๊มแห่งหนึ่งย่านหนองแขม ส่วนพ่อของน้องฟลุ๊คอายุ 33 ปี ตอนนั้นเป็นกัปตันอยู่ที่เดียวกัน ต่อมานางสุพัฒน์ตรามาสมัครเป็นกัปตันที่ปั๊มเดียวกันอีก และทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เมื่อตนจับได้จึงไล่ทั้ง 2 คนออก แล้วเลิกรากับพ่อฟลุ๊ค ตั้งแต่ประมาณปี 2554 พ่อฟลุ๊คจึงไปอยู่กินกับนางสุพัฒน์ตรา แบบจริงจัง จนมีลูกด้วยกันอีก 2 คน ส่วนตนนั้นมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น้องฟลุ๊คกับน้องสาว อายุ 7 ขวบ เลี้ยงดูมาจนกระทั่งช่วงสงกรานต์ปี 2557 พ่อฟลุ๊คมารับลูกทั้ง 2 คนไปเลี้ยง โดยอ้างว่าตนไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก นานๆ ตนก็จะแวะไปเยี่ยมลูกสักที แต่ลูกก็ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จนกระทั่งลูกถูกทำร้ายจนทนไม่ได้หนีออกมา แล้วมีรุ่นน้องจำหน้าน้องฟลุ๊คได้จึงแจ้งให้ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เท่าที่ฟังลูกเล่า รวมถึงตนเห็นร่องรอยบาดแผล ทำให้เกิดความสงสารลูกมากและจะเอาเรื่องนางสุพัฒน์ตราให้ถึงที่สุด

ด้านน้องฟลุ๊คให้การว่า ในระหว่างที่อยู่กับนางสุพัฒน์ตรา ถูกบังคับให้ทำงานหนัก ไม่มีวันหยุด และไม่ยอมให้ไปเรียนหนังสือต่อ ทั้งๆ ที่ตนเรียนถึงชั้นประถม 2 เมื่อตนทำงานช้าก็จะถูกแม่เลี้ยงทำร้ายด้วยวิธีต่างๆ นานา เช่น หยิกตามลำตัว ใช้สันมีดปอกผลไม้สับที่หัวเข่า และศีรษะ ใช้ปากกาแทงที่ฝ่ามือ กัดใบหู ใช้ส้อมแทงเข้าไปในหู แม้กระทั่งหักนิ้วนางข้างซ้ายจนกระดูกหัก และแม่เลี้ยงยังเคยบังคับให้น้องสาวตนมากัดหูตนด้วย และยังบังคับให้ตนเอาชามกระเบื้องปาพ่อตน แต่พ่อตนรู้ทันจึงคว้าชามเอามาปาใส่ตนจนถูกช่วงเอ็นร้อยหวายข้างซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ และทุกครั้งแม่เลี้ยงก็บังคับไม่ให้ไปบอกใคร มิเช่นนั้นจะโดนมากกว่านี้ ทนกับการกระทำของแม่เลี้ยงไม่ไหวจนหนีออกจากบ้านมา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งครั้งนี้ตนคิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป เพราะสักวันอาจถูกทำร้ายจนพิการก็เป็นได้

Advertisement

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำและได้ทำหนังสือส่งตัวน้องฟลุ๊คไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกลาง เพื่อหาร่องรอยของการถูกทำร้าย จากนั้นจะเรียกนางสุพัฒน์ตราและผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป