เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีการปฐมนิเทศน์และรับรายงานตัวข้าราชการตำรวจจราจร จำนวน 1,000 นาย ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งสายงานจราจรสังกัด บช.น.(จากหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจ) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า กลุ่มตำรวจดังกล่าวได้รับการอบรมมาแล้วกว่า1 ปี ซึ่งทุกคนเข้าใจบทบาท หน้าที่ หน้างานหลักของงานด้านจราจรอย่างชัดเจน รวมถึงจิตเสียสละที่ทุกคนต้องพึงมีในการบริการประชาชน ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าทุกคนจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตามทั้ง 1,000 นายได้ถูกกระจายบรรจุตำแหน่งงานด้านจราจรในสถานีตำรวจนครบาลไปแล้ว ซึ่งหลังจากปฐมนิเทศน์ในวันนี้ แต่ละคนก็จะแยกย้ายไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาที่ตนสังกัดอยู่ และไปพบกับหน้างานจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้าเวรที่เช้า หรือการปล่อยแถว รวมถึงการแบ่งกำลังไปจัดการจราจรตามแยกต่างๆบนท้องถนน
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าแม้จะมีการอบรมและเปิดรับตำรวจงานด้านจราจรหลายครั้ง แต่กำลังพลด้านนี้ก็ยังคงไม่เพียงพอ เพราะแต่ละปีจะมีข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุ ขณะที่ยอดคนที่เข้ามารับราชการตำรวจน้อยลง ไม่เท่ากับบุคคลที่เกษียณออกไป ทำให้ต้องกระจายกำลังตำรวจงานด้านจราจรในแต่ละท้องที่ให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ตำแหน่งตำรวจจราจรใน สน.ดุสิตมีทั้งหมด 87 ตำแหน่ง แต่ใน สน.ขณะนี้มีเพียง 20 คน และรับเพิ่มจากกลุ่มปฐมนิเทศน์ในวันนี้อีก 25 คน รวมเป็น 45 คน แต่ยังขาดคนอีก 42 คน ซึ่งถามว่าเพียงพอหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่เพียงพอ แต่ถามตามจำนวนเท่าที่มี 45 คน ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่จะสามารถควบคุมหน้างานได้มากยิ่งขึ้น และไม่เพียง แต่ สน.ดุสิตเท่านั้น ยังมี สน.อื่นๆ ในนครบาลที่ขาดแคลนตำรวจจราจรเช่นเดียวกัน นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องปลูกฝังตำรวจที่มาดูแลงานด้านนี้ให้มีความเสียสละและตั้งใจทำงานให้มากขึ้น เพราะทุกคนต้องช่วยกัน


