สาวโคราชเครียด กระโดดสะพานน้ำมูล หวังปลิดชีวิต กู้ภัยค้นหานานเกือบชั่วโมง พบนอนลอยคอในน้ำ
เมื่อเวลา ประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “พิ๊แม้ว คนเดิมกลับมาแล้ว” ได้แพร่ภาพสด พร้อมระบุข้อความ “รับแจ้งมีคนกระโดดสะพานมูลอำเภอชุมพวง เป็นหญิง” ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา จุดอำเภอชุมพวง กำลังระดมกำลังค้นหาหญิงรายหนึ่งกระโดดจากสะพานข้ามลำนำมูล บนเส้นทางหลวงแผ่นดินเชื่อมอำเภอชุมพวงกับ อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจาก ร้อยเวร สอบสวน สภ.ชุมพวง จึงรีบรุดมาช่วยกันค้นหาหญิงรายนี้
ซึ่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมพวง , เจ้าหน้าที่ ปภ. สาขาชุมพวง , เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ เทศบาลตำบลชุมพวง และทีมฉุกเฉิน จาก รพ. ชุมพวง มารอให้การสนับสนุนช่วยเหลืออยู่ก่อนแล้ว จึงรีบนำเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ของ มูลนิธิสว่างเมตตาฯ และของสำนักงาน ปภ.จังหวัดฯ ร่วมออกค้นหาผู้สูญหายในลำน้ำมูล
เบื้องต้นทราบว่า เป็นหญิง รูปร่างขาวอวบ มาจอดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีน้ำเงิน ทะเบียน จงบ 169 นครราชสีมา จอดอยู่บนสะพานมีลูกกุญแจเสียบคาไว้ และมีกระดาษเขียนเบอร์โทรเอาไว้ เพื่อจะให้คนที่มาพบ โทร.หาเบอร์ดังกล่าว เพื่อให้มาเอารถกลับด้วย
ส่วนตัวคนเขียนทราบว่าได้ปีนราวสะพานแล้วกระโดลงลำน้ำมูลไปแล้ว แต่ชาวบ้านที่มาดักปลาอยู่แถวๆ นั้น บอกว่า เห็นหญิงสาวลอยคอไปตามกระแสน้ำ พ้นโค้งลำน้ำมูลแล้วไปติดอยู่ที่กอผักตบชวา แถวๆป่าสะแก ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ จึงรีบขับเรือออกค้นหา ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีตระเวนหาจนพบร่างของหญิงสาวนอนลอยคออยู่ในน้ำใกล้กับป่าสะแก ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จึงเข้าให้การช่วยเหลือนำร่างหญิงสาวขึ้นมาบนบก ซึ่งอยู่ในสภาพยังมีชีวิตอยู่ แต่อ่อนแรงจากการลอยคอเป็นเวลานาน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ หลังจากนั้นจึงรีบนำส่งหญิงสาวขึ้นบนฝั่ง เพื่อให้กู้ชีพฯ ปฐมพยาบาลและนำส่งตรวจรักษา ที่ รพ.ชุมพวงโดยเร็ว
จากการตรวจสอบ ทราบว่า หญิงรายนี้ อายุ 36 ปี ชาวตำบลชุมพวง อำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา คาดว่า น่าจะเกิดอาการเครียดจากปัญหาส่วนตัว จึงคิดสั้นตัดสินใจกระโดดน้ำลำมูล แต่เกิดคิดได้ จึงพยายามลอยคอประคองตัวเองในน้ำรอความช่วยเหลือมาถึงจุกดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวหญิงสาวรายนี้เมื่ออาการดีขึ้นและญาติมาให้ปากคำ เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวังไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ

