มือดีพ่นสีป่วนเมืองโคราช มีตั้งแต่ประตูร้านค้ายันรถยนต์ เจ้าของจ่อแจ้งความเอาผิด

22.07.22 | 17:20 น.

มือดีพ่นสีป่วนเมืองโคราช มีตั้งแต่ประตูร้านค้ายันรถยนต์ เจ้าของจ่อแจ้งความเอาผิด

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Prawit Wut Treewas ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “วัยรุ่นกราฟฟิตี้ ที่กำลังเป็นข่าวดังในโคราช” พร้อมกับได้ติดแฮชแท็กว่า เดือดร้อนหน้าร้านกูอีก กำเวร ,หัวจะปวด วันๆหาแต่เรื่อง ,เหมือนจะเท่ห์ แต่จริงๆไม่เลย ซึ่งภาพภายในโพสต์เป็นภาพของประตูร้านขายโทรศัพท์ที่มีลายกราฟฟิตี้เขียนว่า OME ซึ่งเจ้าของร้านเห็นแล้วโมโหจนอดไม่ไหวเลยถ่ายรูปแล้วนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านขายและรับซ่อมโทรศัพท์ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกไฟแดงคลังพลาซาสาขาจอมสุรางค์ พบกับนายประวิทย์ ตรีเวส เจ้าของโพสต์และเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว โดยนายประวิทย์ บอกว่า ตนเพิ่งเห็นลายกราฟฟิตี้บริเวณประตูก็เลยถามน้องมีรู้ใครเห็นมั้ยซึ่งน้องๆภายในร้านก็บอกว่าเพิ่งเห็นเหมือนกันกำลังตามหาตัวคนทำอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เห็นภาพลักษณะนี้ซึ่งมีการโพสต์และแชร์กันอยู่ในกลุ่มข่าวของโคราช ตนก็เลยถ่ายรูปนำไปเปรียบเทียบลายพบว่าตรงกันเพียงแต่ของตนนั้นอยู่ที่ประตูร้านส่วนอีกที่หนึ่งอยู่บนตัวรถ ตนจึงหาข้อมูลพบว่าคนที่พ่นสีนั้นเปิดเพจเฟสบุ๊กตนเลยส่งข้อความไปพูดคุยถามหาความรับผิดชอบ

โดยที่ตนได้ยื่นข้อเสนอไปว่าให้เวลา 2 วัน ในการมาลบสีที่พ่นเอาไว้แต่ถ้าครบกำหนดแล้วยังไม่มาลบตนก็คงต้องแจ้งความเพื่อดำเนินคดีซึ่งทางผู้กระทำนั้นก็ยินยอมที่จะมาลบออกให้

ขณะเดียวกันก็ยังพบผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Ro Rosalind ได้โพสต์รูปพร้อมอีโมจิรูปโมโห พร้อมข้อความ รู้สึกปรี๊ดแตกที่ ไนท์บาซ่าร์สวนหมาก โดยข้อความในโพสต์ระบุว่า ศิลปะบนความเดือดร้อนของคนอื่น มีผลงานมีฝีมือดีก็เท่านั้น ถ้าแสดงผลงานที่ทำให้คนอื่นเค้าทุกข์ใจ #เราไม่เข้าใจ กับสิ่งที่พวกนายต้องการแสดงหรือสื่อสารอะไรกับครอบครัวของเราแบบนี้ไม่ทราบ แต่..สิ่งที่เรารู้สึกและรับรู้ได้ ณ ตอนนี้และเวลานี้คือ

“#พ่อ”ของเรา ที่เป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ #มีแสดงอาการรู้สึกเสียใจออกมาให้เราและคนในครอบครัวเห็น แม้พยามเก็บอาการอยู่บ้าง แต่ทุกคนก็สามารถรับรู้ถึงความบอบช้ำนี่ได้ หลังจากที่พ่อเราได้เห็นภาพถ่ายนี้.
เพราะมันเป็น”#ทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียว” ของพ่อเรา มันเปรียบเสมือนของที่ระลึก กับเครื่องเรียกความทรงจำเรื่องราวที่ดีกับ อากง/อาม่า (ปู่/ย่า) ของเรา ซึ่งมันมีระยะเวลายาวนานมามากกว่า 30-40ปี ได้ถูกพวกนายลบเลือนออกหายไปด้วยการพ่นสีสเปย์กระป๋องเพียงไม่กี่ที

Advertisement

เราหวังว่าความทรงจำดีๆ ของพ่อเรา ที่มีต่อ”#รถยนต์สุดที่รัก”คันนี้ คงมีเวลาที่ยาวนานเพียงพอและ#มากกว่าช่วงระยะเวลาในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพวกนาย รวมถึงแม้กระทั่งช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่พวกนายได้ลบเลือนความทรงจำและถ่ายทอดผลงานใหม่ชิ้นนี้ของพวกนาย มาระบายลงบนรถยนต์ของพ่อเราคันนี้.
เราอยากถามสั้นๆว่า”#พวกนาย”ทำ #เพื่อ

ปล.รถยนต์คันนี้ยังคงสามารถ #ใช้ขับขี่ได้..และแจ้งจอดกับกรมการขนส่งแล้ว

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้พบว่าคนก่อเหตุที่มาพ่นลายกราฟฟิตี้เป็นคนๆเดียวกัน โดยที่รถคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณแยกไฟแดงไนท์บาร์ซ่าร์สวนหมาก ซึ่งหลังจากโพสต์ได้ถูกโพสต์ออกไปก็มีกระแสความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งคนไม่เห็นด้วยกับการมาพ่นสีบนรถกับอีกส่วนหนึ่งคอมเม้นท์ตั้งคำถามกับเจ้าของรถว่า รักรถแล้วทำไม่ไปจอดที่บ้าน ,หรือบางคอมเม้นท์ก็มีการถามถึงการจอดในที่สาธรณะว่าผิดกฏหมายหรือไม่ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าของรถ ชื่อคุณเอ ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของรถ ส่วนคนที่โพสต์นั้นเป็นน้องสาว โดยคุณเอได้บอกกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า

ตนอยากจะชี้แจงถึงกระแสสังคมที่มีการคอมเม้นท์ทำนองที่ว่า “รักรถแล้วทำไมไม่เอารถไปจอดที่บ้าน” หรือทำนองที่ว่า “มาจอดรถในที่สาธารณะนานๆไม่ผิดกฎหมายเหรอ” ซึ่งตนอยากชี้แจงว่า รถคนดังกล่าวนั้นตนนำมาจอดไว้ประมาณ 1 ปีกว่า ซึ่งตรงบริเวณที่จอดก็ไม่ได้มีเส้นขาวดำ หรือขาวแดงแสดงถึงว่าห้ามจอดรถ ตนจึงได้นำรถมาจอดเอาไว้บริเวณนั้นอีกอย่างก็คืออาคารพาณิชย์ตรงที่รถจอดอยู่ก็ไม่มีคนมาเช่าซึ่งตนมองว่าก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร เพราะถ้าผิดกฎหมายจริงๆทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาแจ้งความเอาผิดแล้วหรือไม่ก็มาลากรถเอาไว้ที่โรงพักแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังไม่พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดต่อมา

สำหรับในกรณีของคนที่มาพ่นสีลายกราฟฟิตี้บนรถของตนนั้นตนมองว่ามันไม่ถูกต้อง ถึงแม้รถจะเก่าขนาดไหนแต่ก็ยังมีเจ้าของก็ไม่ควรจะมาพ่นสีแบบนี้เพราะมันเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งตอนนี้ตนยังไม่ได้ติดต่อกับทางคนกระทำที่มาพ่นสีเลย แต่กำลังหารือกับทางครอบครัวว่าจะเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้ก่อนแล้วค่อยติดต่อกับทางผู้กระทำที่มาพ่นสีที่รถของพ่อตนว่าจะรับผิดชอบยังไง

ขณะที่ทางผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กที่เป็นคนมาพ่นลายกราฟฟิตี้ที่ประตูร้านขายโทรศัพท์และที่รถยนต์ โดยได้มีการพูดคุยผ่านแชทมีข้อความโดยผู้กระทำให้พูดประมาณว่า “ตนพร้อมรับผิดชอบด้วยการจะลบข้อความออกจากประตูร้านขายโทรศัพท์ให้ แต่สำหรับในกรณีของรถยนต์ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางเจ้าของรถ ตนก็ยังจะไม่ไปลบให้และพร้อมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหากมีคนเข้าไปแจ้งความเอาผิด นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงวีธีในการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ที่จะไปพ่นสี “โดยคนพ่นสีบอกว่า ตนพ่นเฉพาะสิ่งที่รกร้าง กึ่งร้าง ของใหม่เอี่ยมไม่ลงมืออยู่แล้วครับ”