อธิบดี DSI ค้น รง.สาขาคลองท่อม-บ.กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม ยึดโรงงาน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 500 ล้าน

4.08.22 | 15:30 น.

อธิบดี DSI ค้น รง.สาขาคลองท่อม-บ.กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม ยึดโรงงาน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 500 ล้าน ไว้ในคดีพิเศษ

วันนี้ (4 สิงหาคม 65) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พันตำรวจโท จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจค้นเป้าหมายโรงงาน สาขาคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ในคดีพิเศษที่ 215/2565 กรณี การทุจริตและยักยอกทรัพย์ในชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ซึ่งมีผู้ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 20,000 ครัวเรือน มีมูลค่าความเสียหายโดยรวมจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท


สืบเนื่องจากที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 กรณีชุมนุมสหกรณ์เกิดปัญหาการบริหารจัดการชุมนุม ผู้บริหารมีการทุจริตและส่งผลให้ชุมนุมสหกรณ์เสียหายต่อสมาชิกเป็นวงกว้าง จึงได้มอบนโยบายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณานำเรื่องกรณีการทุจริตดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และมอบหมายให้กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง

โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด นายสุนทรา พลไตร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายฟอกเงิน สำนักงาน ป.ป.ง. เป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ มีการบูรณาการร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสหกรณ์จังหวัดกระบี่ กระทั่งพบพฤติการณ์ กรรมการ/ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ของชุมนุมสหกรณ์ฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารกิจการของชุมนุมสหกรณ์ฯ หลายชุด มีการกระทำผิดโดยไม่ดูแลหรือจัดการทรัพย์สินของชุมนุมสหกรณ์ฯ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือผลประโยชน์ของสมาชิก และมีการดำเนินการขายโรงงานสาขาคลองท่อม ซึ่งเป็นทรัพย์สินของชุมนุมสหกรณ์ฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริหารงานไม่ซื่อสัตย์สุจริต และไม่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์ฯ มีการจัดทำสัญญาซื้อขายเอื้อประโยชน์แก่ บริษัท กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ เสียประโยชน์อย่างชัดแจ้ง ผู้บริหารของชุมนุมสหกรณ์ฯ บางรายเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัท กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด มีสถานะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในนามของผู้ขายและผู้ซื้อในคราวเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการบริหารงานที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอันขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542

Advertisement

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดกระบี่เข้าตรวจค้นบริษัท กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด (โรงงานสาขาคลองท่อม) และได้ทำการยึด/อายัด โรงงานสาขาคลองท่อม รวมทั้งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อันเกิดจากการซื้อขายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมหลายรายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดโดยทุจริต อีกทั้งทรัพย์สินดังกล่าวยังเข้าข่ายเป็น “ทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งจะได้ดำเนินการประสานส่งต่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามมาตรการทางแพ่งต่อไป

พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังได้มีหมายเรียกผู้ต้องหาชุดแรกในคดีดังกล่าวเพื่อมารับทราบข้อหาแล้ว จำนวน 8 ราย โดยให้เดินทางมาพบรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 1 และ 2 กันยายน 2565 ณ กองคดีความผิดต่อการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความมุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามกรอบอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พร้อมทุ่มเททรัพยากร และบูรณาการการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ที่ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือทางสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรี ทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ มีผู้ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 20,000 ครัวเรือน มีมูลค่าความเสียหายโดยรวมจำนวนไม่กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษได้นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 สำนักงานการสอบสวน ซึ่งเป็นอัยการสอบสวนมือดีจบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐเข้าไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษคดีนี้ เเละได้มีการร่วมประชุมวางเเผนกับคณะทำงานสอบสวนของดีเอสไอจนนำไปสู่การขอศาลออกหมายค้นเพื่อตรวจค้นหาหลักฐานจนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำผิดต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ นายวัชรินทร์ถูกขอตัวไปร่วมสอบสวนคดีสำคัญหลายคดี อาทิเช่น คดีฟอกเงินสหกรณ์รถไฟ ล่าสุดคือคดีประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการไปรษณีย์สำโรงทาบพร้อมงานพิเศษอื่นๆ เเละเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี