‘สมศักดิ์’ จี้ ‘ราชทัณฑ์’ ส่งผู้ต้องขังออกทำงานให้ทัน หลังบ.เอกชนกว่า 50 จ้าง 1 พันคน

4.08.22 | 16:32 น.

‘สมศักดิ์’ จี้ ‘ราชทัณฑ์’ ส่งผู้ต้องขังออกทำงาน ให้ทันต่อความต้องการ หลังเอกชนกว่า 50 บริษัท ต้องการจ้างงาน 1 พันคน สั่ง บูรณาการร่วม ‘คุมประพฤติ’ เตรียมติดกำไลอีเอ็มให้พร้อม หวังทำงานเร็วขึ้น หลังตั้งกรมใหม่ยังทำได้ช้า มุ่งมั่น ช่วยแก้ปัญหานักโทษทำผิดซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม


เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ว่า ตนได้เรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการส่งผู้ต้องขังออกไปทำงาน พร้อมสั่งการให้บูรณาการร่วมกับกรมคุมประพฤติ ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องกำไลอีเอ็ม เพราะการจะส่งผู้ต้องขังออกไปทำงาน ต้องติดกำไลอีเอ็ม เพื่อควบคุมในเรื่องของความปลอดภัย

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เราจะแก้ปัญหาที่สุมเอาไว้ คือผู้ต้องขังจำนวนไม่น้อยเมื่อพ้นโทษ ก็จะออกไปทำผิดซ้ำ ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมต้องปรับเป็นกระทรวงกึ่งหางาน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษแล้ว เพราะจากข้อมูลพบว่า สาเหตุที่ผู้พ้นโทษ กลับไปทำผิดซ้ำ เนื่องจากไม่มีงานทำสังคมไม่ยอมรับ จึงเลือกทางผิดแบบเดิม

Advertisement

“ตอนนี้เราสามารถส่งผู้ต้องขังใส่กำไลอีเอ็มออกไปทำงานได้แล้ว แต่ยังได้จำนวนไม่มาก จึงต้องเร่งให้กรมราชทัณฑ์ พิจารณาผู้ต้องขังให้ทันต่อความต้องการของผู้ประกอบการ เพราะขณะนี้ มีผู้ประกอบการกว่า 50 บริษัท ต้องการจ้างงานกว่า 1 พันคน ดังนั้น ต้องรีบประสานกรมคุมประพฤติ ให้เตรียมพร้อมเรื่องกำไลอีเอ็ม และประสานกับผู้ประกอบการล่วงหน้า ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ต้องพยายามลดขั้นตอน และทุกอย่างจะเร็วขึ้น” รมว.ยุติธรรมกล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เรามีองค์กรที่พร้อม เพียงแต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ทุกกิ่ง โดยในตอนต้นคนยังไม่เยอะ เรายังสามารถบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงานไหว แต่ถ้าเริ่มมีอัตราการจ้างงานที่สูง ก็อาจจะต้องตั้งเป็นกรม เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น

และรวดเร็ว แต่ตอนนี้ตนอยากให้ดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือก่อน ซึ่งจะทำให้การทำงานของเราเร็วขึ้นมาก ส่วนอนาคตหากกำไลอีเอ็มไม่เพียงพอ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาว่าเราจะทำลักษณะใดได้บ้าง เพราะตนต้องการแก้ปัญหานี้แบบยั่งยืน โดยหากผู้ต้องขังมีงานทำในช่วงใกล้พ้นโทษ ก็จะมีเงินทุนติดตัวไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ ซึ่งจะช่วยลดการกลับไปกระทำผิดซ้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม