บรรทุกพ่วงถ่านหินเบรกไม่อยู่ ฝ่าไฟแดงแรก ก่อนพุ่งชนรถจอดติดอีกแยกกว่า 10 คัน บาดเจ็บเพียบ

5.08.22 | 21:13 น.

บรรทุกพ่วงถ่านหินเบรกไม่อยู่ ฝ่าไฟแดงแรก ก่อนพุ่งชนรถจอดติดอีกแยกกว่า 10 คัน บาดเจ็บเพียบ

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ พุ่งชนรถยนต์ที่จอดติดไฟแดงหน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ฝั่งขาเข้ากระทุ่มแบน ถนนพุทธสาคร ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีรถยนต์เสียหายหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.สมพิษ บุญลือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ไปตรวจสอบ พร้อมกับรีบประสานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลวิชัยเวชอ้อมน้อย โรงพยาบาลมหาชัย 2 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับผู้บาดเจ็บ อีกทั้งยังขอรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสวนหลวง นำน้ำเข้ามาฉีดล้างพื้นที่ที่มีคราบน้ำมันรั่วไหลอีกด้วย


โดยในที่เกิดเหตุมีรถยนต์ถูกชนต่อๆ กันรวมกว่า 10 คัน และมีผู้บาดเจ็บ รวม 7 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิชัยเวชอ้อมน้อยทั้งหมด โดย 6 คน ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส ประกอบด้วย นางสาวจันทกานต์ บ้านเนิน อายุ 55 ปี, นายสมดี พาชนะ อายุ 49 ปี, นางสาวมาริษา อินทรสุข อายุ 24 ปี, เด็กหญิงชาลิสา คงรอด อายุ 11 ปี, นายสุวินัย ภาสดา อายุ 29 ปี และนางสาวปุณยนุช คอนเอม อายุ 26 ปี ส่วนอีก 1 คนคือ เด็กนักเรียนชายที่เดินขายนมเปรี้ยวอยู่ตรงไฟแดง ถูกเฉี่ยวชนจนกระเด็นขึ้นไปอยู่บนฝากระโปรงของรถแท็กซี่ มีบาดแผลตามร่างกาย ทราบชื่อคือ เด็กชายสุรศักดิ์ ศรีภูมา อายุ 14 ปี ขณะที่รถคันก่อเหตุเป็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนเลขหน้า 72- 8373 นครปฐม ทะเบียนตัวพ่วง 72-8374 นครปฐม ที่บรรทุกถ่านหินเต็มคันมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังจะนำมาส่งที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านตัวอำเภอเมืองสมุทรสาคร

จากการสอบถาม นายศักดิ์พงษ์ โตสุพรรณ อายุ 31 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ บอกว่า ตนกำลังจะนำถ่านหินมาส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งก่อนถึงที่เกิดเหตุตนรู้แล้วว่ารถมีความผิดปกติเกิดขึ้น เพราะเบรกไม่อยู่ ซึ่งตนได้ฝ่าไฟแดงมาแล้วไฟแดงหนึ่ง ทั้งนี้ ก็ได้พยายามที่จะชะลอหยุดรถแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมาถึงไฟแดงที่เกิดเหตุก็พยายามจะเหยียบเบรกอีกแต่เหยียบเท่าไหร่ก็เบรกไม่อยู่ จึงเฉี่ยวชนเด็กขายนมเปรี้ยวที่กำลังเดินข้ามถนนและพุ่งชนเข้ากับรถที่จอดติดไฟแดงจนเกิดการชนต่อๆ กันระนาว

ขณะที่ นายพุทธดำรงค์ คุณารักษ์ อดีตท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าว่า ตนกลับจากไปทำธุระมา ช่วงที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ได้ยินเสียงรถชนกันดังสนั่นอยู่ด้านหลัง แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงรถของตนเพราะคิดว่าอยู่ห่างหลายคัน แต่ก็ไม่พ้น รถของตนถูกชนท้ายไปด้วยก่อนที่จะพุ่งไปชนคันที่อยู่ข้างหน้าแล้วก็ชนต่อๆ กันไปอีกหลายคัน ส่วนรถคันที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุหมู่ในครั้งนี้คือรถบรรทุกพ่วงซึ่งก็ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากเบรกไม่อยู่ หรือไม่ได้เบรกเลย

Advertisement

ด้านนายศรุต จันทรักษณ์ อายุ 55 ปี คนขับแท็กซี่ เล่าด้วยว่า ช่วงที่รถทุกคันจอดติดไฟแดง ตนได้ยินเสียงตู้มหลายครั้ง พอหันไปดูก็เห็นรถบรรทุกหันหัวไปขวางถนน แล้วก็มีรถยนต์ถูกชนต่อกันมาหลายคันรวมถึงคันของตนด้วย

นอกจากนี้ นายพิชัย เรืองเดช อายุ 43 ปี คนขับรถกระบะบรรทุกตู้ทึบ ที่ถูกชนคันแรก เล่าว่า ตนจอดติดไฟแดงอยู่ แล้วรถบรรทุกพ่วงที่ไม่ได้เบรกเลยก็พุ่งชนท้ายอย่างแรง ก่อนที่จะพุ่งชนคันอื่น ซึ่งคนขับรถบรรทุกพ่วงบอกว่าเขาเบรกไม่อยู่เพราะเพิ่งไปทำเบรกมา พอกดลงไปแล้วไม่มีเบรกเลย จึงไม่สามารถเบรกรถได้ ส่วนน้องที่ขายนมซึ่งได้รับบาดเจ็บมากที่สุดนั้นก็กำลังเดินข้ามถนน ทำให้ถูกเฉี่ยวชนจนกระเด็นไปอยู่บนฝากระโปรงรถแท็กซี่

ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมดแล้ว ก็ได้รีบแยกรถเข้าข้างทางก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่อู่เก็บของกลางเพื่อรอตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมกันนี้ก็ได้ให้คนขับทุกคันไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับรถบรรทุกพ่วงต่อไป