ทนายรณณรงค์ เตรียมยื่นดีเอสไอ ขอให้รับคดี ‘เมาน์เท่นบี ผับ’ เป็นคดีพิเศษ

8.08.22 | 20:02 น.

ทนายรณณรงค์เตรียมยื่นดีเอสไอ ขอให้รับคดีเมาน์เท่นบีเป็นคดีพิเศษ ไม่น่าเชื่อว่า “เสี่ยบี” จะเป็นเจ้าของร้านแต่เพียงผู้เดียว หากปล่อยให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการ คาดว่าคดีคงตัดจบเป็นจำเลยแต่เพียงผู้เดียว ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบหาหุ้นส่วนร้านรายอื่น


เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 8 สิงหาคม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ วันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีผับเมาน์เท่น บี ไฟไหม้จนมีผู้เสียชีวิตหลายราย เพื่อขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่ร้ายแรงและคาดว่าน่าจะมีหุ้นส่วนร้านรายอื่นอีกที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ จึงจะขอให้ดีเอสไอรับทำคดีพิเศษ

นายรณณรงค์กล่าวว่า ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.สถานบันเทิงที่เปิดโดยไม่มีมาตรการความปลอดภัย และจดแจ้งผิดประเภท อีกทั้งเปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และเปิดให้เยาวชนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์เข้าใช้บริการ ข้าฯไม่เชื่อว่าตำรวจในท้องที่ และเจ้าหน้าที่มหาดไทยจะไม่ทราบเรื่องนี้ และการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ น่าเชื่อว่าจะมีการให้ทรัพย์สิน หรือให้ผลประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่เพื่อจูงใจให้กระทำการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเมื่อมีการเสนอผลประโยชน์แก่ท้องที่ และมีเหตุที่ร้ายแรงเกิดขึ้นเช่นนี้ การจะให้ท้องที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เกรงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง และอาจทำให้ผู้เสียหาย ทั้งผู้ตาย และผู้บาดเจ็บไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างเต็มที่

 

Advertisement

นายรณณรงค์กล่าวว่า 2.การเปิดร้านผับบาร์ สถานบันเทิงที่กระทำการผิดต่อบทกฎหมายหลายข้อ และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะมีหุ้นส่วนเป็นทหาร ตำรวจหรือผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง และเจ้าของร้านที่ถูกจับกุมอายุเพียงแค่ 27 ปี ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าของร้านแต่เพียงผู้เดียว จำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบหาหุ้นส่วนร้านรายอื่นซึ่งอาจเป็นผู้มีอิทธิพล หรือเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจเบื้องหลัง หากปล่อยให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการ คาดว่าคดีคงตัดจบเพียงนายพงศ์ศิริ หรือ “เสี่ยบี” เป็นจำเลยแต่เพียงผู้เดียวแน่แท้

นายรณณรงค์กล่าวอีกว่า 3.คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญอย่างร้ายแรงที่มีผู้เสียหายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากอันอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ เป็นคดีที่ประชาชนตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของตำรวจท้องที่ว่าการที่เร่งรัดตัดจบคดีนั้นเพื่อปกปิดบุคคลที่อยู่เบื้องและปกปิดความผิดอื่นๆ อีกหรือไม่ ทั้งการเรียกรับส่วยหรือผลประโยชน์อื่นหรือการปล่อยปละละเลยให้มีการตั้งสถานบันเทิงที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่

“วัวหาย (ไม่) ล้อมคอก 13 ปีซานติก้าผับจนถึงเมาน์เท่น บี รัฐไม่เคยแก้ไขอะไรเลย…” นายรณณรงค์กล่าว และว่า ที่จะไปยื่นดีเอสไอเพราะไม่ต้องการให้ตอนจบเป็นเหมือนเดิมคือไม่ได้รับการเยียวยา