หนุ่มโคราช ร้องขอความเป็นธรรม ถูกออกหมายจับคดีทำร้ายฟันอดีตเมีย ชี้ผู้ก่อเหตุเป็นแฝดน้องชาย

10.08.22 | 11:01 น.

หนุ่มโคราช ร้องขอความเป็นธรรม ถูกออกหมายจับคดีทำร้ายฟันอดีตเมีย ชี้ผู้ก่อเหตุเป็นแฝดน้องชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีเหตุหญิงวัย 48 ปี เป็นแม่บ้านโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ถูกนายปฏิพันธ์ แก้วแหยม อดีตแฟนหนุ่มชาวจังหวัดนครราชสีมา อายุ 32 ปี มาดักรอทำร้ายร่างกายใช้มีดฟันที่กกหูขวา ใบหน้า และข้อมือทั้งสองข้าง บาดเจ็บสาหัส อาการปางตาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนนิคม-ลาดหวาย ตรงข้ามโรงเรียนบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสนี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ขณะนายปฏิพันธ์มายืนดักรอผู้เสียหายอยู่เกือบ 20 นาที จากนั้นจึงลงมือก่อเหตุใช้มีดที่เตรียมมา ฟันใส่ผู้เสียหายอย่างบ้าคลั่ง จนต้องวิ่งหนีตายไปกลางถนนหวังให้คนช่วย จนมีพลเมืองดีขับรถมาเจอ จึงเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ตามที่สื่อหลายช่องได้เสนอข่าวไปนั้น


ล่าสุด วันนี้ (10 สิงหาคม 2565) นายปฏิพันธ์ แก้วแหยม อายุ 32 ปี ชาวอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อฯ กรณีที่ตกเป็นข่าว ว่า ตนเองไม่ใช่ผู้ต้องหาตามที่เป็นข่าว เพราะคนที่ลงมือทำร้ายอดีตเมียคือนายปฏิพัทธ์ แก้วแหยม อายุ 32 ปี ชาวอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแฝดน้องชายของตน ที่แยกกันอยู่ตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน เพราะแม่มีฐานะยากจน จึงให้ป้านำน้องชายไปช่วยเลี้ยงดูที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยหลังจากต้องตกเป็นข่าว ตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะคนที่ก่อเหตุเป็นแฝดน้องชาย ตนไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย แต่กลับตกเป็นข่าว เพราะมีสื่อนำรูปของตนไปลงข่าว จนตำรวจออกหมายจับในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำให้ตนต้องถูกให้ออกจากงาน ทำให้ขาดรายได้ แถมชาวบ้านยังประณามว่าตนเป็นคนร้าย จึงอยากขอความเป็นธรรมและขอความเห็นใจจากสังคม รวมถึง อยากให้สื่อฯ ที่นำเสนอข่าวออกไปแบบผิดๆ ช่วยแก้ไขรูปและชื่อคนร้ายให้ด้วย

ซึ่งปัจจุบัน ตำรวจ สภ.บางเสาธง ได้แก้ไขหมายจับเป็นชื่อของนายปฏิพัทธ์ แก้วแหยม แฝดน้องแล้ว ในข้อหาพยายามฆ่า แต่นายปฏิพัทธ์ ผู้ก่อเหตุ ยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้นายปฏิพันธ์ แฝดพี่ รวมทั้งแม่ และบรรดาญาติๆ ทั้งฝ่ายของตนและฝ่ายผู้เสียหาย ต่างหวาดกลัวว่าจะมาก่อเหตุซ้ำ จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

Advertisement