นายกส.ต้านโลกร้อนนำทีม ฟ้องกทม.กราวรูด ละเลยเอกชนสร้างอาคารสูง ให้ศาลถอนใบอนุญาต

7.11.16 | 15:29 น.

เมื่อเวลา 12.00น.วันที่ 7 พฤศจิกายน 59ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านที่พักซอยหลังสวน และซอยมหาดเล็กหลวง 2 เขตปทุมวัน รวม 49 คน ยื่นฟ้อง ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน , ผอ.สำนักการโยธา และผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ต่อแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองกลาง เรื่องกระทำการโดยมิชอบ และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ กรณีที่มีการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูง 26 ชั้น โครงการ “มหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส ” หรือ Mahadlek Residences บริเวณซอยมหาดเล็กหลวง 2 ถ.ราชดำริ เขตปทุมวัน กทม. ที่มีบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการ โดยทำให้พื้นที่สีเขียว กทม. ลดลง และการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ไม่ชอบ ผู้ฟ้อง จึงขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างดังกล่าว พร้อมกับมีคำขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวด้วยการสั่งระงับการก่อสร้างด้วย โดยศาลปกครองกลาง รับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งใดๆ ต่อไป


1
ภายหลังยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองแล้ว นายศรีสุวรรณกล่าวว่าได้ยื่นฟ้องทั้ง 3 หน่วยงาน เนื่องจากได้อนุญาตให้มีการก่อสร้างโครงการ “ มหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส ” โดย บมจ.ไทยพัฒนาฯ ได้มาเช่าที่ของสำนักงานพระคลังข้างที่เพื่อสร้างอาคารสูง ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว เต็มไปด้วยต้นไม้เป็นที่พักอาศัยของนกและกระรอก ในเมือง และเป็นปอดของซอยมหาดเล็กหลวง 2 โดยชาวบ้านในพื้นที่ก็คัดค้านกันมาโดยตลอดว่า ควรจะต้องมีช่องว่างสำหรับการหายใจไว้บ้าง ซึ่งชาวบ้านพยายามร้องไปยังกรุงเทพมหานคร กับสำนักการโยธา และ ผู้อำนวยการเขตแล้วก็ไม่เป็นผล ซึ่งพยายามเลี่ยงกฎหมายมาโดยตลอดแม้ว่าการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างครั้งแรกๆของ บมจ.ไทยพัฒนาฯ จะรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ไม่ผ่าน แต่ที่สุดผ่านได้เพราะไปขอใช้พื้นที่อาคารอื่นมาเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียวตามเงื่อนไข จนขออนุญาตก่อสร้างได้ โดยเกี่ยวกับเรื่องรายงาน EIA ชาวบ้านก็ได้ยื่นฟ้อง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ต่อศาลปกครองกลางเมื่อปี พ.ศ.2558 อีกคดีไปแล้วด้วยเพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนรายงานนั้น ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ซึ่งคดีศาลยังไม่มีคำพิพากษาออกมาและคดียังไม่ถึงที่สุด เราจึงได้นำรายละเอียดเหล่านี้ให้กรุงเทพมหานครพิจารณาด้วยแต่ ไม่ได้รับความสนใจยังเดินหน้าอนุมัติ เราจึงต้องเดินหน้าฟ้อง สำหรับการก่อสร้างขณะนี้อยู่ระหว่างการตอกเสาเข็มซึ่งท่าที่ตรวจสอบด้วยตาก็ไม่น่าจะเป็นไปตามหลักวิศวกรรมของการก่อสร้าง เพราะปกติต้องมีวัสดุป้องกันการเกิดเสียงดัง โดยช่วงตอกเสาเข็มมีระดับเสียงรบกวนวัดเดซิเบลค่อนข้างสูงไม่ต่ำกว่า 100 เดซิเบล ซึ่งกฎหมายของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กำหนดไว้ว่าบรรยากาศทั่วไปโดยเฉลี่ยระดับเสียงรบกวนต้องไม่เกิน 80 เดซิเบล

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า เดิมพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมด แต่เมื่อพระคลังข้างที่ให้เอกชนมาเช่าแล้วทำการก่อสร้างอาคารออฟฟิศบิ้วดิ้งสูง 26 ชั้น ทำให้ต้องทำลายต้นไม้เหล่านั้นทิ้งไปซึ่งทำให้พื้นที่โดยรอบที่ปกติจะมีอาคารสูงขึ้นอยู่หนาแน่นอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เป็นเมืองแห่งปูน ดังนั้นกรุงเทพมหานครซึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าจะปกป้องดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดูแลต้นไม้ และพื้นที่สีเขียวให้เต็มพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เวลาปฏิบัติจริงไม่เป็นเช่นนั้นก็จึงเหมือน นโยบายขายฝัน รูปธรรมที่แท้จริงไม่สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งอาจเกรงอำนาจอิทธิพลอะไรก็แล้วแต่ โดยเรื่องนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนไม่สนใจถ้าผิดกฎหมายต้องเจอกับตน