เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะทำงานพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานฟอกเงิน และรับของโจรจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ว่า ได้สอบถามไปยังพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าในส่วนของดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ประเด็นใหญ่ที่เป็นประเด็นหลักนั้น สามารถสั่งฟ้องได้แล้ว
“ประเด็นใหญ่ที่มันเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การฟ้องศาลครบถ้วนหมดแล้ว แต่ถ้าจะไปมองเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพิ่มนิดเพิ่มหน่อยมันไม่ใช่ปัจจัยหลักของข้อมูลที่จะต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งสามารถไปว่ากันในชั้นศาลได้ ซึ่งเขาตอบผมมาอย่างนี้ จึงต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ไม่ใช่มาถามผม เพราะผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมมองว่าอาจเป็นการถ่วงเวลา พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ทราบ จะให้ตนไปพูดได้อย่างไรว่าใครถ่วง พร้อมกับย้อนถามผู้สื่อข่าว่าสรุปแล้วใครถ่วง พนักงานสอบสวนหรืออัยการถ่วง คือวันนี้สังคมกำลังพูดแบบคุณ ตนเป็นรัฐมนตรีก็มีหน้าที่คุมแค่นโยบาย ซึ่งก็ได้เรียกอธิบดีดีเอสไอมาสอบถามแล้ว เชื่อว่าสังคมก็จะพูดแบบที่พวกคุณพูด ซึ่งมันมีอยู่สองคนที่จะถ่วงคือพนักงานสอบสวนหรืออัยการ ถ้าเข้าใจว่าเป็นการถ่วง ดังนั้นจะไปตอบได้อย่างไรว่าใครถ่วง เพราะมันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตนก็เข้าใจอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม การที่อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ซึ่งมันเป็นคนละประเด็นกัน
ถามต่อว่า ที่บอกว่าขาดประเด็นเล็กประเด็นน้อยคืออะไรบ้าง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งได้รายงานมาว่า มันเป็นประเด็นที่ไม่ใช่หัวใจหลัก ถ้าขาดปัจจัยหลักมันจะทำให้คดีมันฟ้องไม่ได้ ซึ่งเขาพูดอย่างนั้น ไม่ใช่ตนพูด
“ผมจะไม่ทำอะไร เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม คุณคิดว่าพล.อ.ไพบูลย์เป็นรัฐมนตรีจะทำอะไร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องไปถามอัยการกับพนักงานสอบสวน คุณจะให้รัฐมนตรีไปนั่งเป็นพนักงานสอบสวนเองหรือ ซึ่งมันทำไม่ได้ มันเป็นการไปก้าวก่ายการทำงานของเขา อีกทั้ง ทางอธิบดีเขาก็บอกผมมาแล้วว่าจุดแตกหัก จุดใหญ่ มันสอบสวนครบหมดแล้ว”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

